แนะนำ 6 หนังและซีรีส์น่าดู แนว Sci-fi ทั้งล้ำ ๆ หรือหลอน ๆ

1.THE OA

ซีรีส์น่าดู ขอเปิดมาที่ซีรีส์แนวไซไฟ-เหนือธรรมชาติ เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากที่สาวตาบอดคนนึงกลับมาที่บ้านอีกครั้งหลังจากหายไปนานถึง 7 ปี ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ตัวเธอเองได้เปลี่ยนไป ตาที่เคยบอดกลับมามองเห็นได้ปกติโดยที่ไม่ได้ผ่านการรักษาหรือปลูกถ่ายอวัยวะใหม่แต่…เธอได้ผ่านการตายมาแล้วหลายครั้ง งงใช่มั้ยล่ะคะ ว่าทำไมถึงตายมาแล้วหลายครั้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องมาติดตามดูกันเลยค่ะ (ปล.มี 2 ซีซั่นนะคะ เข้าไปหาดูกันได้)

นักแสดง : บริต มาร์ลิง, เจสัน ไอแซ็กส์, เอมอรี โคเฮน

รูปรวมตัวเอก

2.TRAVELERS

ซีรีส์น่าดู เรื่องราวของกลุ่มนักเดินทางข้ามเวลาที่ย้อนเวลากลับมาในโลกปัจจุบัน เพื่อแก้ไขเหตุการณ์ไม่ให้กระทบเลวร้ายไปถึงโลกอนาคต ซึ่งความเจ๋งของนักเดินทางกลุ่มนี้คือ การใช้กระแสจิตมาเข้าร่างคนที่ตายแล้ว จากนั้นก็ไปทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายมาจากโลกในอนาคต

นักแสดง : แม็คเคนซี พอร์ตอร์, อีริค แม็คคอร์แม็ค, เรลลี่ ดอลแมน

Sense8 Netflix เซนเสต รีวิว

3.THE SENSE8

ซีรีส์น่าดู สำหรับใครที่ชอบดูหนังแนว sci-fi แนวเหนือธรรมชาติขอแนะนำ Sense 8 เลยค่ะ เรื่องราวของคนแปลกหน้า 8 คนที่อยู่คนละพื้นที่แต่สามารถสื่อสารกันทางจิตได้ผ่านการสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง ซึ่งเวลาที่คนใดคนหนึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาก็จะสามารถเรียกให้คนที่เหลือมาทำหน้าที่แทนได้ราวกับว่าทั้ง 8 คนนี้ได้รวมอยู่ในคนๆ เดียวกัน (มี 2 ซีซั่นนะคะ)

นักแสดง : ไบรอัน เจ สมิธ, ทัพเพนซ์ มิดเดิลตัน, แบดูนา

In Time ล่าเวลาสุดนรก Now

4.IN TIME

ซีรีส์น่าดู ในยุคที่คนรวย มีอำนาจเงินสามารถซื้อเวลาสำหรับอายุขัยของตนเองจนเป็นอมตะได้ และคนจน ก็สามารถเสนอขายเวลาของตนเองเพื่อแลกกับเงินได้ เมื่อในอนาคตอีกไม่นานข้างหน้า ยีนส์อายุขัยของมนุษย์จะถูกจำกัดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาประชากรล้นโลก เวลาชีวิตของทุกคนจะถูกหยุดอยู่ที่ 25 ปี และหลังจากนั้นพวกเขาต้องทำงาน เพื่อหาเงินมาซื้ออายุขัยของตนเองเพิ่มขึ้น “เวลา” กลายเป็นสิ่งที่สามาถซื้อขาย แลกเปลี่ยนกันได้ เช่นเดียวกับที่มนุษย์ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความหรูหราและสุขสบาย

วิล ซาลาส (จัสติน ทิมเบอร์เลค) ได้พบกับเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งมีเวลาในชีวิตเหลือมากมาย และเขาถูกยกเวลาในชีวิตให้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อเศรษฐีคนดังกล่าวตาย ทำให้เขาถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนฆาตกรรมเศรษฐีเพื่อแย่งชิงเวลาชีวิตมา และนั่นเป็นสาเหตุให้เริ่มมีการตรวจพบจากเหล่าผู้ควบคุมเวลา ‘Time Keepers’ ว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัย การไล่ล่าและการหลบหนีระหว่างพวกเขาจึงเกิดขึ้น

Minority Report หน่วยสกัดอาชญากรรม ล่าอนาคต

5.MINORITY REPORT

ซีรีส์น่าดู วอชิงตัน ดีซี ในปี 2054 คดีฆาตกรรมถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น อนาคตเป็นสิ่งมองเห็นได้และผู้ต้องสงสัยถูกลงโทษก่อนการก่ออาชญากรรม ด้วยวิธีการเชื่อมต่ออย่างลึกล้ำของหน่วยงานป้องกันก่อนอาชญากรรมชั้นหัวกะทิ (Pre-Crime) แห่งกระทรวงยุติธรรม หลักฐานในอันที่จะกระทำ ด้วยมโนภาพที่พาดพิงถึงเวลา สถานที่ และรายละเอียดอื่น ๆ

จากการจับตาของระบบ พรี-ค็อกส์ สามสิ่งมีชีวิตผู้หยั่งรู้การกระทำความผิดทั้งปวง โดยไม่เคยผิดพลาด หน่วยงานนี้เป็นระบบสมบูรณ์แบบซึ่งก้าวหน้าที่สุดในการปกป้องอาชญากรรมแห่งชาติ และผู้ที่ทำงานหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นหัวหน้าหน่วย จอห์น แอนเดอร์ตัน (ทอม ครูซ) นับเนื่องจากโศกนาฏกรรมในชีวิตของเขา แอนเดอร์ตันทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการรักษาชีวิตผู้คนอีกนับพันจากสิ่งที่เขาเคยประสบมา หกปีที่ผ่านมารวมทั้งการลงคะแนนให้เป็นระบบระดับชาติยิ่งเน้นความเชื่อถือของเขาในการทำงานของหน่วยพรีไครม์

แอนเดอร์ตันไม่เคยตั้งข้อสงสัยในระบบงานนี้แม้แต่น้อย จนกระทั่งตัวเขาเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ในฐานะหัวหน้าหน่วย แอนเดอร์ตันจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นภาพเคลื่อนเข้าสู่ห้องภาพต้องสงสัยในขณะที่ พรี-ค็อกส์ ฝันถึงการฆาตกรรม ภาพนั้นไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย ไม่ใช่คนที่เขารู้จัก แต่ในครั้งนี้ หลักฐานของฆาตกรชัดเจนยิ่ง จอห์น แอนเดอร์ตัน กำลงจะฆ่าคนแปลกหน้าในระยะเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมง

เมื่อต้องถูกตามล่าจากหน่วยงานของตนเอง โดยการนำของคู่ปรับ แดนนี่ วิทเวอร์ (โคลิน ฟาร์เรลล์) แอนเดอร์ตันต้องหลบหลีกให้พ้นรัศมีเรดาร์ของเมืองแห่งระบบอัตโนมัติ ที่การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวถูกจับตามอง รถยนต์ที่ขับอยู่อาจถูกบังคับโดยคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไรและจะไปไหน ไม่มีทางซ่อนตัวได้ จึงต้องหนีสถานเดียว

เมื่อไม่มีทางปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหาของระบบ จอห์นจึงต้องสืบหาต้นตอของเรื่อง และค้นพบความจริงที่อยู่ภายใต้คำถามซึ่งเขาพยายามขจัดจากความคิดมาตลอดเวลาหกปี เป็นไปได้หรือไม่ที่ พรี-ค็อกส์ จะผิดพลาด?

6.EVENT HORIZON

ได้ข่าวว่า Event Horizon (1997) หนัง Sci-Fi Horror ปลายยุค 90 ของผู้กำกับ พอล WS. แอนเดอร์สัน กำลังจะกลายเป็นซีรีส์ทาง Amazon Prime กำกับโดย อดัม วิงการ์ด (ผู้กำกับ You’re Next, The Guest, Blair Witch, Death Note รีเมค)

เป็นโปรเจคต์ที่น่าสนใจคร้บ แม้หนังจะไม่ได้เป็นหนังที่ฮิตระดับตำนานอะไรปานนั้น แต่ในหมู่มวลของชาวเนิร์ด คนรักหนังไซไฟแล้ว Event Horizon คือหนึ่งในหนังที่สร้างแรงบัลดาลใจที่ตราตรึงในความทรงจำมากๆเลยทีเดียว จนอดตื่นเต้นไม่ได้ที่มันจะคืนชีพอีกครั้ง และไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ที่หนังจะถูกเอามาทำใหม่ซักวัน ไอเดียมันแข็งแรงจนน่าจะต่อยอดได้มากมายอยู่แล้ว

ทำให้ผมเกิดรู้สึกอยากจะหยิบเอา Event Horizon มาดูอีกทีนึง (ดูซ้ำครั้งสุดท้ายน่าจะ 5-6 ปีมาแล้ว) และก็พูดได้เต็มปากเลยว่า มันคือหนังที่เราสามารถยกให้มันเป็นหนึ่งในหนังคัลท์คลาสสิคได้ และน่าจะเป็นหนังที่ดีที่สุดของ พอล WS แอนเดอร์สัน แล้ว…

Event Horizon เป็นเรื่องของเหล่าลูกเรือของยาน Lewis & Clark ที่มีภารกิจเดินทางไปช่วยเหลือยาน Event Horizon ยานที่ขาดการติดต่อไปถึง 7 ปี และจู่ๆวันหนึ่ง มันก็กลับมาอีกครั้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าลูกเรือยาน Lewis & Clark ที่ต้องไปถึงตัวยาน Event Horizon เพื่อค้นหาความจริงว่าที่ผ่านมา ยานลำนี้หายไปไหน.. โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีสิ่งที่ดำมืด และน่าสยดสยอง รอพวกเขาอยู่บนยานลำนั้น…

ถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องสยองขวัญบนยานอวกาศ ไม่ใช่พล็อตที่แปลกใหม่อะไรเลยในยุคนั้น หนังเองก็ถือเป็นหนึ่งในหนังรุ่นหลานที่เล่าเรื่องตามสูตรเดียวกับ Alien (1979) ของ ริดลีย์ สก็อต เป๊ะ (คิดไปคิดมาก็ตลกดี ที่ในปีเดียวกันกับที่ Event Horizon ฉาย ก็มี Alien: Resurrection หนังเอเลียนภาคที่ 4 ที่โดนแฟนๆสวดยับเยินตอนออกฉาย) การจับเอา อวกาศ กับ สยองขวัญ มาใส่รวมกัน เป็นไอเดียที่หลายคนสนใจ เพราะอวกาศ คือดินแดนที่มืดมิด ไร้ผืนดินให้ยืน ท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต ตัวละครถูกทิ้งเอาไว้ให้ลอยคว้างอยู่กลางอวกาศ เป็นสถานการณ์ที่เหมาะมากที่จะเล่าเรื่องระทึกขวัญ

แต่ Event Horizon ก็มาพร้อมกับไอเดียที่แหวกแนว แตกต่างจากหนังสยองขวัญในอวกาศเรื่องอื่นที่เคยทำ จนมันมีจุดเด่นในด้านความสยองของตัวเอง ที่ไม่มีใครเหมือน… หนังไม่มีเอเลียน สัตว์ประหลาด หรืออะไรที่คนคิดว่าจะมีในอวกาศอยู่เลย..

เพราะสิ่งที่ยาน Event Horizon ไปเผชิญมา คือ.. “นรก” อื่นๆ

แนะนำ 7 หนังและซีรีส์น่าดู แนว Sci-fi ทั้งล้ำ ๆ หรือหลอน ๆ

1.THE OA

ซีรีส์น่าดู ขอเปิดมาที่ซีรีส์แนวไซไฟ-เหนือธรรมชาติ เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากที่สาวตาบอดคนนึงกลับมาที่บ้านอีกครั้งหลังจากหายไปนานถึง 7 ปี ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ตัวเธอเองได้เปลี่ยนไป ตาที่เคยบอดกลับมามองเห็นได้ปกติโดยที่ไม่ได้ผ่านการรักษาหรือปลูกถ่ายอวัยวะใหม่แต่…เธอได้ผ่านการตายมาแล้วหลายครั้ง งงใช่มั้ยล่ะคะ ว่าทำไมถึงตายมาแล้วหลายครั้ง เพราะฉะนั้นก็ต้องมาติดตามดูกันเลยค่ะ (ปล.มี 2 ซีซั่นนะคะ เข้าไปหาดูกันได้)

นักแสดง : บริต มาร์ลิง, เจสัน ไอแซ็กส์, เอมอรี โคเฮน

รูปรวมตัวเอก

2.TRAVELERS

ซีรีส์น่าดู เรื่องราวของกลุ่มนักเดินทางข้ามเวลาที่ย้อนเวลากลับมาในโลกปัจจุบัน เพื่อแก้ไขเหตุการณ์ไม่ให้กระทบเลวร้ายไปถึงโลกอนาคต ซึ่งความเจ๋งของนักเดินทางกลุ่มนี้คือ การใช้กระแสจิตมาเข้าร่างคนที่ตายแล้ว จากนั้นก็ไปทำภารกิจตามที่ได้รับมอบหมายมาจากโลกในอนาคต

นักแสดง : แม็คเคนซี พอร์ตอร์, อีริค แม็คคอร์แม็ค, เรลลี่ ดอลแมน

Sense8 Netflix เซนเสต รีวิว

3.THE SENSE8

ซีรีส์น่าดู สำหรับใครที่ชอบดูหนังแนว sci-fi แนวเหนือธรรมชาติขอแนะนำ Sense 8 เลยค่ะ เรื่องราวของคนแปลกหน้า 8 คนที่อยู่คนละพื้นที่แต่สามารถสื่อสารกันทางจิตได้ผ่านการสัมผัสทั้ง 5 ไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง ซึ่งเวลาที่คนใดคนหนึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาก็จะสามารถเรียกให้คนที่เหลือมาทำหน้าที่แทนได้ราวกับว่าทั้ง 8 คนนี้ได้รวมอยู่ในคนๆ เดียวกัน (มี 2 ซีซั่นนะคะ)

นักแสดง : ไบรอัน เจ สมิธ, ทัพเพนซ์ มิดเดิลตัน, แบดูนา

In Time ล่าเวลาสุดนรก Now

4.IN TIME

ซีรีส์น่าดู ในยุคที่คนรวย มีอำนาจเงินสามารถซื้อเวลาสำหรับอายุขัยของตนเองจนเป็นอมตะได้ และคนจน ก็สามารถเสนอขายเวลาของตนเองเพื่อแลกกับเงินได้ เมื่อในอนาคตอีกไม่นานข้างหน้า ยีนส์อายุขัยของมนุษย์จะถูกจำกัดเวลา เพื่อป้องกันปัญหาประชากรล้นโลก เวลาชีวิตของทุกคนจะถูกหยุดอยู่ที่ 25 ปี และหลังจากนั้นพวกเขาต้องทำงาน เพื่อหาเงินมาซื้ออายุขัยของตนเองเพิ่มขึ้น “เวลา” กลายเป็นสิ่งที่สามาถซื้อขาย แลกเปลี่ยนกันได้ เช่นเดียวกับที่มนุษย์ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อความหรูหราและสุขสบาย

วิล ซาลาส (จัสติน ทิมเบอร์เลค) ได้พบกับเศรษฐีคนหนึ่ง ซึ่งมีเวลาในชีวิตเหลือมากมาย และเขาถูกยกเวลาในชีวิตให้โดยไม่รู้ตัว และเมื่อเศรษฐีคนดังกล่าวตาย ทำให้เขาถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นคนฆาตกรรมเศรษฐีเพื่อแย่งชิงเวลาชีวิตมา และนั่นเป็นสาเหตุให้เริ่มมีการตรวจพบจากเหล่าผู้ควบคุมเวลา ‘Time Keepers’ ว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัย การไล่ล่าและการหลบหนีระหว่างพวกเขาจึงเกิดขึ้น

Minority Report หน่วยสกัดอาชญากรรม ล่าอนาคต

5.MINORITY REPORT

ซีรีส์น่าดู วอชิงตัน ดีซี ในปี 2054 คดีฆาตกรรมถูกกำจัดไปจนหมดสิ้น อนาคตเป็นสิ่งมองเห็นได้และผู้ต้องสงสัยถูกลงโทษก่อนการก่ออาชญากรรม ด้วยวิธีการเชื่อมต่ออย่างลึกล้ำของหน่วยงานป้องกันก่อนอาชญากรรมชั้นหัวกะทิ (Pre-Crime) แห่งกระทรวงยุติธรรม หลักฐานในอันที่จะกระทำ ด้วยมโนภาพที่พาดพิงถึงเวลา สถานที่ และรายละเอียดอื่น ๆ

จากการจับตาของระบบ พรี-ค็อกส์ สามสิ่งมีชีวิตผู้หยั่งรู้การกระทำความผิดทั้งปวง โดยไม่เคยผิดพลาด หน่วยงานนี้เป็นระบบสมบูรณ์แบบซึ่งก้าวหน้าที่สุดในการปกป้องอาชญากรรมแห่งชาติ และผู้ที่ทำงานหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นหัวหน้าหน่วย จอห์น แอนเดอร์ตัน (ทอม ครูซ) นับเนื่องจากโศกนาฏกรรมในชีวิตของเขา แอนเดอร์ตันทุ่มเททั้งชีวิตให้กับการรักษาชีวิตผู้คนอีกนับพันจากสิ่งที่เขาเคยประสบมา หกปีที่ผ่านมารวมทั้งการลงคะแนนให้เป็นระบบระดับชาติยิ่งเน้นความเชื่อถือของเขาในการทำงานของหน่วยพรีไครม์

แอนเดอร์ตันไม่เคยตั้งข้อสงสัยในระบบงานนี้แม้แต่น้อย จนกระทั่งตัวเขาเองตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลข 1 ในฐานะหัวหน้าหน่วย แอนเดอร์ตันจะเป็นคนแรกที่ได้เห็นภาพเคลื่อนเข้าสู่ห้องภาพต้องสงสัยในขณะที่ พรี-ค็อกส์ ฝันถึงการฆาตกรรม ภาพนั้นไม่คุ้นตาแม้แต่น้อย ไม่ใช่คนที่เขารู้จัก แต่ในครั้งนี้ หลักฐานของฆาตกรชัดเจนยิ่ง จอห์น แอนเดอร์ตัน กำลงจะฆ่าคนแปลกหน้าในระยะเวลาไม่ถึง 36 ชั่วโมง

เมื่อต้องถูกตามล่าจากหน่วยงานของตนเอง โดยการนำของคู่ปรับ แดนนี่ วิทเวอร์ (โคลิน ฟาร์เรลล์) แอนเดอร์ตันต้องหลบหลีกให้พ้นรัศมีเรดาร์ของเมืองแห่งระบบอัตโนมัติ ที่การเคลื่อนไหวทุกย่างก้าวถูกจับตามอง รถยนต์ที่ขับอยู่อาจถูกบังคับโดยคนอื่น ไม่ว่าจะทำอะไรและจะไปไหน ไม่มีทางซ่อนตัวได้ จึงต้องหนีสถานเดียว

เมื่อไม่มีทางปกป้องตนเองจากข้อกล่าวหาของระบบ จอห์นจึงต้องสืบหาต้นตอของเรื่อง และค้นพบความจริงที่อยู่ภายใต้คำถามซึ่งเขาพยายามขจัดจากความคิดมาตลอดเวลาหกปี เป็นไปได้หรือไม่ที่ พรี-ค็อกส์ จะผิดพลาด?

6.EVENT HORIZON

ได้ข่าวว่า Event Horizon (1997) หนัง Sci-Fi Horror ปลายยุค 90 ของผู้กำกับ พอล WS. แอนเดอร์สัน กำลังจะกลายเป็นซีรีส์ทาง Amazon Prime กำกับโดย อดัม วิงการ์ด (ผู้กำกับ You’re Next, The Guest, Blair Witch, Death Note รีเมค)

เป็นโปรเจคต์ที่น่าสนใจคร้บ แม้หนังจะไม่ได้เป็นหนังที่ฮิตระดับตำนานอะไรปานนั้น แต่ในหมู่มวลของชาวเนิร์ด คนรักหนังไซไฟแล้ว Event Horizon คือหนึ่งในหนังที่สร้างแรงบัลดาลใจที่ตราตรึงในความทรงจำมากๆเลยทีเดียว จนอดตื่นเต้นไม่ได้ที่มันจะคืนชีพอีกครั้ง และไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ที่หนังจะถูกเอามาทำใหม่ซักวัน ไอเดียมันแข็งแรงจนน่าจะต่อยอดได้มากมายอยู่แล้ว

ทำให้ผมเกิดรู้สึกอยากจะหยิบเอา Event Horizon มาดูอีกทีนึง (ดูซ้ำครั้งสุดท้ายน่าจะ 5-6 ปีมาแล้ว) และก็พูดได้เต็มปากเลยว่า มันคือหนังที่เราสามารถยกให้มันเป็นหนึ่งในหนังคัลท์คลาสสิคได้ และน่าจะเป็นหนังที่ดีที่สุดของ พอล WS แอนเดอร์สัน แล้ว…

Event Horizon เป็นเรื่องของเหล่าลูกเรือของยาน Lewis & Clark ที่มีภารกิจเดินทางไปช่วยเหลือยาน Event Horizon ยานที่ขาดการติดต่อไปถึง 7 ปี และจู่ๆวันหนึ่ง มันก็กลับมาอีกครั้งอย่างไม่ทราบสาเหตุ จึงเป็นหน้าที่ของเหล่าลูกเรือยาน Lewis & Clark ที่ต้องไปถึงตัวยาน Event Horizon เพื่อค้นหาความจริงว่าที่ผ่านมา ยานลำนี้หายไปไหน.. โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีสิ่งที่ดำมืด และน่าสยดสยอง รอพวกเขาอยู่บนยานลำนั้น…

ถ้าว่ากันตรงๆ เรื่องสยองขวัญบนยานอวกาศ ไม่ใช่พล็อตที่แปลกใหม่อะไรเลยในยุคนั้น หนังเองก็ถือเป็นหนึ่งในหนังรุ่นหลานที่เล่าเรื่องตามสูตรเดียวกับ Alien (1979) ของ ริดลีย์ สก็อต เป๊ะ (คิดไปคิดมาก็ตลกดี ที่ในปีเดียวกันกับที่ Event Horizon ฉาย ก็มี Alien: Resurrection หนังเอเลียนภาคที่ 4 ที่โดนแฟนๆสวดยับเยินตอนออกฉาย) การจับเอา อวกาศ กับ สยองขวัญ มาใส่รวมกัน เป็นไอเดียที่หลายคนสนใจ เพราะอวกาศ คือดินแดนที่มืดมิด ไร้ผืนดินให้ยืน ท้องฟ้าอันไร้ขอบเขต ตัวละครถูกทิ้งเอาไว้ให้ลอยคว้างอยู่กลางอวกาศ เป็นสถานการณ์ที่เหมาะมากที่จะเล่าเรื่องระทึกขวัญ

แต่ Event Horizon ก็มาพร้อมกับไอเดียที่แหวกแนว แตกต่างจากหนังสยองขวัญในอวกาศเรื่องอื่นที่เคยทำ จนมันมีจุดเด่นในด้านความสยองของตัวเอง ที่ไม่มีใครเหมือน… หนังไม่มีเอเลียน สัตว์ประหลาด หรืออะไรที่คนคิดว่าจะมีในอวกาศอยู่เลย..

เพราะสิ่งที่ยาน Event Horizon ไปเผชิญมา คือ.. “นรก” อื่นๆ

Alex-Garland-Ex-Machina

7.EX MACHINA

ท่ามกลางหนังแนวเดียวกันนี้ที่ออกมามากมายทั้งที่ดีและเลวร้าย เรื่องนี้กลับโดดเด่นออกมาในหมู่ผู้ชมไซไฟสายฮาร์ด แม้หน้าปกหนังจะดูไม่ต่างจากหนังแนวเดียวกันเรื่องอื่นๆก็ตาม จนน่าสนใจว่าหนังมันยังเหลืออะไรให้แตกต่างจากหนังปรัชญาไซไฟมนุษย์สร้างสิ่งมีชีวิตเทียมเรื่องอื่นๆ แล้วผลการพิสูจน์ก็คือคำอุทานว่า บร๊ะเจ้า!!

นี่นับเป็นหนังเรื่องแรกในฐานะผู้กำกับของ นักเขียนบทชาวอังกฤษ Alex Garland ที่เคยฝากผลงานไว้ในหนังของ ผกก. Danny Boyle อย่าง 28 Days Later (2002) และ Sunshine (2007) และอาจจะนับรวมไปถึงนิยายต้นทางของหนังอย่าง The Beach (2000) ด้วยก็ได้ นับว่าผู้ชายที่เข้าตา ผกก.อัจฉริยะอย่างบอยล์คนนี้ ต้องมีของอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

แล้วหนังไซไฟเรื่องแรกที่เขาทั้งกำกับและเขียนบท แม้พล็อตจะไม่ได้ใหม่อะไรเลยเรื่องนี้ แต่กลับเป็นบทพิสูจน์ความเจ๋งของเขาได้มากมายนัก

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ เคเลบ (Caleb) พนักงานเขียนโค้ดโปรแกรมในบริษัทเซิร์ชเอนจิ้นที่ใหญ่สุดในโลกอย่าง Blue Book (อารมณ์ประมาณ บริษัทกูเกิ้ล) ได้รับการสุ่มเลือกให้รับรางวัลพิเศษได้เข้าพบซีอีโอบริษัทอย่าง นาธาน (Nathan) ณ ที่พักสุดไฮเทคกลางธรรมชาติห่างไกลผู้คน เพื่อเข้าเป็นผู้ทำการทดสอบปัญญาประดิษฐ์นามว่า เอวา (Ava) ด้วยการทดสอบทัวริง (Turing test) ที่ใช้แนวคิดว่าหากมนุษย์ทำการปฏิสัมพันธ์กับคอมพิวเตอร์โดยที่เขาหลงคิดว่ากำลังปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆอยู่แล้วนั้น จึงถือว่าคอมพิวเตอร์นั้นได้สอบผ่านการเป็นปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอสำเร็จแล้ว ซึ่งจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าของมนุษย์เลยทีเดียว

ตัวละครทั้งเรื่องจึงจะมีเพียง เคเลบ นาธาน เอวา เป็นหลัก โดยมีสาวใช้ชาวญี่ปุ่นนาม เคียวโกะ เป็นตัวประกอบเสริมเท่านั้น

ความเด่นของเรื่องเลยคือพล็อตธรรมดาแต่บทเทพมาก เรียกว่าอเล็กซ์ทำการบ้านในงานไซไฟมาดีมากทีเดียว บทสนทนาระหว่างเคเลบ กับ นาธาน หลายครั้งต้องกลับมานั่งฟังซ้ำเพื่อให้เข้าใจถ่องแท้เลยทีเดียวเพราะมันมีความเป็นปรัชญาและเฉียบคมในการโต้ตอบแบบน่าทึ่ง ที่สำคัญมันสมจริงถึงขนาดว่าอาจเกิดขึ้นได้จริงๆ ทีเดียว

ภาพพยนตร์HD 4 เรื่องที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ moviefree8k.com

1. Us and them ( 2018 )

ภาพพยนตร์HD ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่ ของ Peter Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด ( อย่าลืมดูช่วงเครดิตด้วยล่ะ )

2.Split ( 2016 )

ภาพพยนตร์HD สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด

3.Gone Girl ( 2014 )

ภาพพยนตร์HD เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด

4.Rango ( 2011 )

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง

ภาพพยนตร์ 5 เรื่องที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ moviefree8k.com

1. Us and them ( 2018 )

ภาพพยนตร์HD ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่ ของ Peter Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด ( อย่าลืมดูช่วงเครดิตด้วยล่ะ )

2.Split ( 2016 )

ภาพพยนตร์HD สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด

3.Gone Girl ( 2014 )

ภาพพยนตร์HD เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด

4.Rango ( 2011 )

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง

5.Raw ( 2016 )

เมื่อคิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรเราจะรู้สึกสยองขึ้นมาทันที ภาพบางภาพมันยังคงติดตาเราอยู่ ด้วยงานภาพที่จัดจ้านมี สไตล์ ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวละครที่ไม่หยุดนิ่งเหมือนรอเวลาที่จะปะทุตัวของอะไรบางอย่างที่เลวร้ายออกมา ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับอึดอัดชวนสงสัยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เราชอบที่หนังไม่ยอมเผยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรจนเราค่อย ๆ เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ในการดูหนังสยองขวัญแนวนี้

ภาพพยนตร์ 6 เรื่องที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ moviefree8k

1. Us and them ( 2018 )

ภาพพยนตร์ ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่ ของ Peter Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด ( อย่าลืมดูช่วงเครดิตด้วยล่ะ )

2.Split ( 2016 )

ภาพพยนตร์ สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด

3.Gone Girl ( 2014 )

ภาพพยนตร์ เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด

4.Rango ( 2011 )

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง

5.Raw ( 2016 )

เมื่อคิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรเราจะรู้สึกสยองขึ้นมาทันที ภาพบางภาพมันยังคงติดตาเราอยู่ ด้วยงานภาพที่จัดจ้านมีสไตล์ ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวละครที่ไม่หยุดนิ่งเหมือนรอเวลาที่จะปะทุตัวของอะไรบางอย่างที่เลวร้ายออกมา ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับอึดอัดชวนสงสัยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เราชอบที่หนังไม่ยอมเผยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรจนเราค่อย ๆ เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ในการดูหนังสยองขวัญแนวนี้

6.A Cure for Wellness ( 2016 )

ผลงานที่ Gore Verbinski กำกับมักจะเป็นงานที่ดูเสี่ยงอยู่เสมอ ว่ามันจะขายได้หรือขายไม่ได้ คนดูจะเข้าใจหรือมึนงง มันจึงเป็นเหตุผลที่พอเข้าใจได้ ว่าทำไมนักวิจารณ์ถึงเสียงแตกออกเป็นสองขั้ว ไม่ชอบก็เกลียดหนังของเขาไปเลย เรื่องนี้ก็เช่นกัน แต่เราอยู่ในฝั่งที่ชอบหนังเรื่องนี้มากกว่า เพราะยิ่งขุดหนังเรื่องนี้ให้ลึกลงไปในความคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งพบอะไรมากขึ้นเรื่อย ๆ

หนังมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนที่ยากจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดเพียงครั้งเดียว มันเป็นความรู้สึกเหมือนการได้ดู Blade runner ในปี 1982 หรืองานของ Stanley Kubrick หลาย ๆ เรื่องที่ผู้คนไม่ค่อยเข้าใจนักในช่วงแรกซึ่งต่อมาผู้คนจึงเริ่มเห็นบางสิ่งที่สำคัญของหนังและนำมาวิเคราะห์ แตกรายละเอียดเป็นชั้น ๆ เชื่อว่าผู้คนจะกลับมาพูดถึงหนังเรื่องนี้อีกครั้งในอนาคต

หนังสงคราม แนะนำ เรื่องไหนน่าดู สนุก แอคชั่นมันส์จุใจ อิงจากเรื่องจริง

Bad Robot , Paramount Pictures Overlord 1

Overlord

หนังสงคราม ฝ่าด่านโหด เอาชีวิตให้รอดจากซอมบี้ในห้องทดลองของนาซี
เมื่อทีมทหารพลร่มชาวอเมริกันได้บุกหมู่บ้านใน ฝรั่งเศส ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของทหารนาซีเพื่อปฏิบัติการทำลายล้างหอวิทยุสื่อสาร แต่พวกเขากลับค้นพบกลุ่มซอมบี้ที่ถูกทดลองโดยนาซี เป็นหนังที่มีความท้าทายเพราะนำเอาความไซไฟอย่างซอมบี้ไปใส่ไว้ในเหตุการณ์ที่มีจริงทางประวัติศาสตร์อย่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลายคนชื่นชอบการบู๊และแอคชั่นที่โหดได้ใจ ถึงพริกถึงขิง ดังนั้นผู้ปกครองที่หาหนังดูร่วมกับครอบครัวคงต้องหลีกเลี่ยง

Netflix Da 5 Bloods 1

Da 5 Bloods

หนังสงคราม บาดแผลและเศษซากอุดมการณ์ที่ยังคงหลงเหลือจากสงคราม
เมื่อชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันทั้ง 4 คนที่เคยเป็นทหารร่วมรบในช่วงสงครามเวียดนาม ได้เดินทางกลับไปที่ประเทศเวียดนามอีกครั้งเพื่อตามหาขุมทรัพย์ทองคำและร่างของหัวหน้าหมู่ที่ตายในสนามรบ หนังเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่หลายประเด็น โดยเป็นการเล่าถึงสงครามอเมริกันผ่านมุมมองของชาวผิวดำ ซึ่งมีให้เห็นได้ไม่บ่อยนัก และยังบอกเล่าถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสงครามมากกว่าฉากบู๊ระห่ำ สะท้อนปัญหาการเหยียดเชื้อชาติที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรังในปัจจุบัน

Paramount Pictures 13 Hours 1

13 Hours

หนังสงคราม ทหารกล้าบุกช่วยตัวประกันในเมืองเบงกาซีภายใน 13 ชั่วโมง
หลังช่วงอาหรับสปริง ประเทศลิเบียได้เกิดการจลาจลขึ้นทำให้เอกอัครราชทูตของสหรัฐอเมริกาประเทศลิเบียถูกสังหาร นำไปสู่การจับพลเรือนชาวอเมริกัน 36 คนเป็นตัวประกัน จึงทำให้พลทหารชาวอเมริกันระดับเทพถึง 6 คนรวมตัวเพื่อช่วยชีวิตให้สำเร็จภายใน 13 ชั่วโมง เป็นหนังฟอร์มยักษ์ผลงานของ Michael Bay เจ้าพ่อหนังแฟรนไชส์อย่าง Transformers ดังนั้นคุณจึงไม่ต้องผิดหวังกับฉากแอคชั่นที่มีความอลังการ แต่หนังใช้เวลาปูเรื่องนาน จึงต้องใช้ความอดทนเพื่อปะติดปะต่อกับครึ่งหลังของหนัง

Universal Pictures Green Zone 1

Green Zone

ความลับด้านมืดของทหารที่ซุกซ่อนในสมรภูมิรบสงครามอิรัก
Roy Miller ทหารฝ่ายตรวจสอบอาวุธที่มีความภูมิใจในอาชีพได้รับมอบหมายให้ไปตามหาอาวุธลับร้ายแรงที่ถูกซ่อนอยู่กลางทะเลทรายกลางประเทศอิรัก แต่กลับทำให้เขาค้นพบบางอย่างที่จะทำให้เขาต้องตั้งคำถามกับการกระทำของทหารประเทศเขาเอง หนังสงครามโดยส่วนมากจะเน้นความเป็นชาตินิยมสูงและมักจะแสดงให้เห็นว่าฝ่ายของตัวเองนั้นเป็นวีรบุรุษ ในขณะที่หนังเรื่องนี้เลือกที่จะฉีกแนวและหันมาตั้งคำถามว่า ท้ายที่สุดแล้วสงครามคือการเอาชนะเพื่อสันติภาพ หรือคือการแสวงหาผลประโยชน์กันแน่

Huayi Brothers Assembly 1

Assembly

วีรบุรุษแห่งกองร้อยที่จะนำพาเพื่อนพ้องพี่น้องร่วมรบกลับบ้าน
เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นช่วงสงครามกลางเมืองของจีน การรบระหว่างฝ่ายคอมมิวนิสต์และก๊กมินตั๋ง ผู้กอง Gu Zidi แห่งกองทัพคอมมิวนิสต์จีน ที่ต้องการหาทางพาเอาร่างเพื่อนพี่น้องร่วมกองร้อยที่จบชีวิตระหว่างเป็นแนวหน้าปะทะสงครามที่เหมืองถ่านหินกลับมา โดยที่เขาไม่มีเอกสารหรือข้อมูลอ้างอิงสักอย่าง เป็นหนังจีนฟอร์มยักษ์ที่ใช้ทุนสร้างมหาศาล คุณจึงได้เห็นโปรดักชั่นอลังการไม่แพ้ Hollywood ในขณะเดียวกันเนื้อเรื่องก็ชวนให้ลุ้นและติดตาม มีมุมดราม่าเรียกน้ำตาให้ซาบซึ้งกันอีกด้วย

ภาพพยนตร์ 7 เรื่องที่ดีที่สุดแห่งทศวรรษ – moviefree8k

Us and them ( 2018 )

ภาพพยนตร์ ในปี 1996 โลกได้ซาบซึ้งไปกับ เถียนมีมี่ ของ Peter Chan ในยุคนี้ผู้คนรู้จัก Us and Them ที่มาแนวทางเดียวกันเป๊ะแต่ปรับให้เข้ายุคเข้าสมัย และเพิ่มความดราม่าเข้าไปอีกระดับหนึ่งเพื่อทำให้เราเสียฟอร์มในการรับชมเพราะเผลอตัวเสียน้ำตาออกมา แต่ที่น่าเสียดาย คือ หนังได้ลดทอนสัญญะทางการเมืองไปเยอะเมื่อเทียบกับเทียนมีมี่ที่มีความเป็นฮ่องกงมากกว่า ทิ่มแทงความรู้สึกเราได้เยอะกว่า

มีการอิงเรื่องราวของยุคสมัยเหมือน ๆ กัน เล่นเรื่องความสัมพันธ์ในแนวทางใกล้เคียงกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวมากมายในอดีตให้ชวนนึกถึงทั้งสุข เศร้า เหงา รัก ถ้าใครต้องการดูหนังรักที่มีความครบเครื่องเรื่องอารมณ์ Us and Them คือหนังที่ห้ามพลาด ( อย่าลืมดูช่วงเครดิตด้วยล่ะ )

Split ( 2016 )

ภาพพยนตร์ สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังของ M. Night Shyamalan คือ บทของเขาจะไม่เหมือนหนังของใคร ต่อให้เป็นหนังที่แย่ในบางทีมันก็ยังคงเป็นหนังที่มีความออริจินัลอยู่ดี เช่นเดียวกับเรื่องนี้ เราเชื่อว่า Split น่าจะเป็นหนังที่ผู้ชมจะพูดถึงและให้การยอมรับมากกว่านี้ ถ้าผู้คนไม่เคยเห็นงานเก่า ๆ ของเขามาก่อน เช่น Unbreakable , Signs หรือแม้แต่ใน The Village , The Vist หนัง Hybrid ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าทำเท่าไร เพราะยากต่อการทำการตลาด

Gone Girl ( 2014 )

ภาพพยนตร์ เรื่องราวความสัมพันธ์ป่วย ๆ ของครอบครัวสมัยใหม่ ที่แต่ละคนมีความคิดเป็นของตนเองที่เเข็งเเรงพอที่จะไม่สนใจความคิดอื่น ๆ สิ่งที่เราชอบที่สุดคือวิธีที่แต่ละฝ่ายพยายามจะเอาชนะกัน ที่ไม่ใช่การตบตีหนักหน่วงแต่มันคือการพยายามเอาชนะด้วยการทำให้อีกฝ่ายเป็นบ้า ทนไม่ได้ แล้วยอมแพ้ไปเอง ซึ่งดูเหมือนไม่มีใครลดละความพยายามเลยและมันก็เลยเถิดจนยากจะควบคุม จังหวะของหนังทำให้เราลุ้นมาก ๆ ในแต่ละฉาก ส่วนงานดนตรีประกอบของ Trent Reznor และ Atticus Ross ก็ดูทันสมัย เข้ากับเรื่องนี้เป็นที่สุด

Rango ( 2011 )

สิ่งที่เราชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้คือหนังสามารถดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครอัปลักษณ์ได้อย่างน่าสนใจสุด ๆ มันทำให้เรามองเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องหลงรักตัวละครที่ดูเท่ หรือน่ารักเสมอไปตราบใดที่หนังยืนยันที่จะดึงเสน่ห์ออกมาจากตัวละครนั้นให้ได้ ซึ่ง Rango ก็ทำออกมาได้อย่างมีชั้นเชิง ดูสนุก มีอารมณ์ขันเฉพาะตัว เป็นหนังแนว “ค้นหาตัวตน” ที่ไม่ควรพลาดเรื่องหนึ่ง

Raw ( 2016 )

เมื่อคิดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรเราจะรู้สึกสยองขึ้นมาทันที ภาพบางภาพมันยังคงติดตาเราอยู่ ด้วยงานภาพที่จัดจ้านมีสไตล์ ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตัวละครที่ไม่หยุดนิ่งเหมือนรอเวลาที่จะปะทุตัวของอะไรบางอย่างที่เลว ร้ายออกมา ด้วยบรรยากาศที่ลึกลับอึดอัดชวนสงสัยที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา เราชอบที่หนังไม่ยอมเผยว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรจนเราค่อย ๆ เข้าใจขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก ๆ ในการดูหนังสยองขวัญแนวนี้

หนังระทึกขวัญ แนะนำ เรื่องไหนน่าดู มีทั้งแนวไล่ล่า เอาชีวิตรอด

Raimi Productions, Fire Axe Pictures Crawl: คลานขย้ำ 1

Crawl: คลานขย้ำ

หนังระทึกขวัญ พล็อตเรื่องตื่นเต้น กดดัน ฉากต่อสู้กับจระเข้ก็สมจริงจนน่ากลัว
เป็นเรื่องราวของ 2 พ่อลูกที่ติดอยู่ในบ้านที่กำลังโดนพายุเฮอริเคนถล่ม หนำซ้ำคนเป็นพ่อยังได้รับบาดเจ็บจนขยับตัวไปไหนไม่ได้ ทว่าความซวยยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะหลังจากพายุสงบลงดันมีจระเข้สุดโหดหลุดเข้ามาในบ้านของพวกเขา 2 พ่อลูกจึงต้องหาทางเอาชีวิตรอด ก่อนที่จะตกเป็นอาหารของพวกมัน ฉาก CG จระเข้ในหนัง เรียกได้ว่า สมจริงจนน่ากลัว ส่วนพล็อตเรืองก็จะเน้นไปที่การผจญภัยของ 2 พ่อลูกโคตรอึดที่ต้องหนีเอาชีวิตรอดจากทั้ง ภัยธรรมชาติ เเละเพชรฆาตสุดโหดค่ะ

Touchstone Pictures, Imagine Entertainment Flightplan: เที่ยวบินระทึกท้านรก 1

Flightplan: เที่ยวบินระทึกท้านรก

หนังระทึกขวัญ เมื่อลูกสาวของเธอหายตัวไปบนเครื่องบิน แต่กลับไม่มีใครเชื่อ
เป็นเรื่องราวของ “จูเลีย” อดีตวิศวกรเครื่องบินหญิงที่เพิ่งสูญเสียสามีไปหมาด ๆ เธอได้เดินทางกลับบ้านพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย โดยการเดินทางในครั้งนี้เธอยังได้นำศพของสามีใส่โลงกลับไปด้วย แต่แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นเมื่อจูเลียเผลอหลับและตื่นขึ้นมาอีกที ก็พบว่าลูกสาวของเธอได้หายตัวไปโดยไม่มีใครเห็น เป็นหนังสุดยอดคุณแม่อีกเรื่องที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อตามหาตัวลูกสาวสุดที่รัก จนเกิดเป็นเรื่องราววุ่นวายบนเครื่องบินที่นำไปสู่บทสรุปช่วงท้ายที่สะใจคนดู

BenderSpink, Craven-Maddalena Films Red Eye: เที่ยวบินระทึก 1

Red Eye: เที่ยวบินระทึก

หนังระทึกขวัญ จากพล็อตหนังรักสุดโรแมนติก สู่หนังก่อการร้ายสะเทือนขวัญ
เรื่องราวเกิดขึ้นกับ “ลิซ่า” หญิงสาวที่มีแพลนจะบินไปเยี่ยมพ่อที่ไมอามี ทว่าเมื่อมาถึงสนามบินก็มีเหตุให้เธอทะเลาะกับผู้ชายคนหนึ่ง แต่โชคดีที่หนุ่มหล่อหน้าตาดีชื่อว่า “แจ็คสัน” ได้ยื่นมือเข้ามาช่วย แถมเขายังมีท่าทีจะจีบเธออีกด้วย จากนั้นพวกเขาสองคนได้ทำความรู้จักกันเล็กน้อย ก่อนจะแยกย้ายไปขึ้นเครื่องบิน แต่ลิซ่าก็ต้องประหลาดใจอีกครั้ง เมื่อพบว่าหนุ่มหล่อคนนั้นดันนั่งติดกับที่นั่งข้าง ๆ เธอ แม้จะดูเหมือนพรหมลิขิตที่หนุ่มสาวได้มาพบกันโดยบังเอิญ แต่ใครจะคิดว่าภายใต้ใบหน้าตาหล่อเหลากลับมีแผนการร้ายซ่อนอยู่

Storm Vision Entertainment, Best Medicine Production Safe Neighborhood (Better Watch Out): โดดเดี่ยว เดี๋ยวก็ตาย 1

Safe Neighborhood (Better Watch Out): โดดเดี่ยว เดี๋ยวก็ตาย

หนังระทึกขวัญ ในคืนคริสต์มาสก่อนย้ายบ้าน แอชลีย์ (โอลิเวีย เดอจอนจ์) พี่เลี้ยงเด็กสาวสวยต้องมารับงานดูแล ลูค (เลวี่ มิลเลอร์) เด็กหนุ่มที่หลงรักเธอหัวปักหัวปำ แต่คืนเทศกาลต้องกลายเป็นมหกรรมไล่เชือดเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในบ้านและนั่นทำให้แอชลีย์ได้พบด้านมืดของ ลูค และชะตากรรมของทั้งคู่ก็อยู่ในจุดที่เกินคาดเดา

เราอาจจัดประเภทของ Safe Neighborhood หรือ Better Watch Out ให้อยู่ในกลุ่มหนังสยองขวัญประเภทบุกรุกบ้าน (Home Invasion) ได้หากพิจารณาจากหน้าหนังและตัวหนังเองในครึ่งแรก แต่สิ่งที่ คริส เพ็คโอเวอร์ ผู้กำกับและเขียนบทได้มาเติมความสดใหม่จริงๆคงเป็นลูกล่อลูกชนการหักมุมที่เล่นกับความคาดหวังของคนดูตั้งแต่ครึ่งเรื่อง ซึ่งหากพิจารณาบทหนังดูดีๆจะเห็นถึงความรัดกุมในการสร้างตัวละครโดยเฉพาะ ลูค เด็กวัย 12 ย่างก้าว 13 ปีที่แสดงให้เห็นถึงจุดหักเหระหว่างความเป็นเด็กกับการย่างก้าวสู่วัยรุ่น ซึ่งสื่อต่างๆมีผลต่อพฤติกรรมของเขา ยิ่งไปกว่านั้นหนังยังให้ข้อมูลจากแม่ของลูคถึงพฤติกรรมแปลกๆในเวลากลางคืนเพื่อเพิ่มความไม่น่าไว้วางใจให้กับตัวละครเพื่อช่วยเสริมให้จุดหักมุมมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเรื่อยๆ แต่กระนั้นหนังก็ไม่ได้ใช้ข้อมูลดังกล่าวมาสร้างหนังกระตุกขวัญแบบผิวเผินแต่ยังสามารถสื่อให้เห็นถึงมุมมองจิตวิทยาเด็กที่น่าสนใจมากทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจของหนังนอกจากฉากไล่ฆ่าเลือดสาดก็คือการสร้างตัวละครที่น่าจดจำโดยเฉพาะลูคที่หนังกำหนดให้เขาอยู่ในวัยทวีนหรือวัยรุ่นตอนต้นที่ยังคาบเกี่ยวระหว่างความเป็นเด็กและการเรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งตรงนี้หนังใช้ความชอบส่วนตัวสองสิ่งของลูคมาเป็นกลไกในการดำเนินเรื่อง (mechanic) คือความรักที่มีต่อ แอชลีย์ พี่เลี้ยงเด็กสาวผมบลอนด์สุดเซ็กซี่และหนังสยองขวัญที่พ่อแม่ห้ามดูเพื่อถ่ายทอดด้านมืดของตัวละครและยังทำให้เห็นสภาวะเปราะบางทางจิตใจของเด็กในวัยทวีนอย่างน่าเชื่อถือ โดยแอชลีย์ก็คือพี่เลี้ยงเด็กที่เขาคุ้นเคยมาตั้งแต่ 8 ขวบความผูกพันธ์จากพี่สาวที่ตนเองขาดเพราะเป็นลูกคนเดียวค่อยเปลี่ยนไปตามฮอร์โมนจนกลายเป็นความชอบพอแบบคนรัก ยิ่งไปกว่านั้นความชอบหนังสยองขวัญของเขาเองแท้จริงก็มาจากแอชลีย์ที่มีรูปลักษณ์ไม่ต่างจากนางเอกหนังสยองขวัญที่คนดูคุ้นเคยทั้งใบหน้าอ่อนหวานและผมสีบลอนด์ที่เป็นพิมพ์นิยมของนางเอกหนังสยองขวัญมาตั้งแต่หนังยุค อัลเฟรด ฮิตช์ค็อกซ์ ปรมาจารย์หนังสยองขวัญโลก ดังนั้นความรักความชอบทั้งตัวแอชลีย์และหนังสยองขวัญเลยเป็นเชื้อไฟชั้นดีในการจุดประกายให้คนดูได้เห็นถึงความอำมหิตของลูค และยิ่งไปกว่านั้นหนังยังขุดลึกถึงจิตวิทยาเด็กในวัยทวีนโดยเฉพาะประเด็นการไม่ชอบให้ใครตอกย้ำความเป็นเด็กของตน โดยคำพูดหนึ่งที่ลูคดูจะเป็นเดือดเป็นร้อนที่สุดคือการบอกว่าเขาเป็นแค่เด็กน้อยหรือkiddoทำให้ลูคต้องพิสูจน์ตนเองให้พ้นจากเด็กน้อยด้วยการแปรสภาพกลายเป็นนักฆ่าหรือkillerแทนเพราะเชื่อว่าการฆ่าเป็นกิจกรรมของผู้ใหญ่และเมื่อหนังดำเนินไปสู่จุดหักเหของเรื่อง ลูค ก็ค่อยๆกลายเป็นสภาพเป็นผู้ลงทัณฑ์ (Punisher) ซึ่งสอดคล้องกับหน้าที่ของเหล่าฆาตกรในหนังสยองขวัญอีกทีโดยมีประเด็นรักแรกของลูคเป็นเชื้อไฟสำคัญ

HanWay Films, Snoot Entertainment You're Next: คืนหอน คนโหด 1

You’re Next: คืนหอน คนโหด

You’re Next : คืนหอน คนโหด ฉายรอบนักวิจารณ์เมืองนอกไปเป็นที่เรียบร้อย เรียกได้ว่ากระแสวิพากษ์ วิจารณ์ ดีเกินคาด โหดสมชื่อ เพราะต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นี่คือภาพยนตร์สยองขวัญที่ใช้เทคนิคการเขียนบทแบบเกินคาดเดาเหนือชั้นกว่าที่เคยคาดการณ์ พร้อมตายได้ทั้งในจอและนอกจอ”

You’re Next : คืนหอน คนโหด คือฝีมือการกำกับของ อดัม วินการ์ด เรียกได้ว่าเป็นผู้กำกับหน้าใหม่ที่แจ้งเกิดแบบเต็มตัว วินการ์ด ลงมือ เขียนบท กำกับ และเลือกซาวด์ประกอบสุดสยองด้วยตัวเองแทบทั้งสิ้น ไอเดียเจ๋งๆฉีกแนวโดนใจวัยรุ่น ทำให้การชมภาพยนตร์เรื่องนี้ มีชั้นเชิงเกินคาดเดา ทำให้นักวิจารณ์หลากหลายสถาบัน เทใจเชียร์ แถมหนังยังได้รางวัล ขวัญใจมหาชน จากเทศกาลหนังนานาชาติ แฟนตาสติก ที่เญอราห์แมร์ ประเทศฝรั่งเศสในปีนี้อีกด้วย

“นี่คือหนังสยองขวัญที่ถูกเรียบเรียงดีเอ็นเอใหม่ คุณก็จะรู้สึกได้ว่าผู้สร้างกำลังขยิบตาให้คนดู และมอบสิ่งที่ทุกคนต้องการได้อย่างครบถ้วนและเหนือยิ่งกว่า” – ปีเตอร์ ฮอล (Movies.com)

“สุดยอด สุดยอด สุดยอด สุดยอด ผมเอ่ยคำนี้นับครั้งไม่ถ้วนโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่ดูเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่หนังสยองขวัญอีกต่อไป หากแต่เป็นหนังแอ็คชั่นที่ตัวละครต้องเอาชีวิตให้รอด ไม่ว่าจะเป็นเหยื่อที่อยู่ในบ้านหรือผู้ร้ายจากภายนอกบ้านก็ตาม คุณจะนึกไม่ถึงเลยว่าบ้านหลังนึงจะสามารถวางกับดัก และเปลี่ยนอุปกรณ์ทั่วไปให้กลายเป็นอาวุธถึงขนาดนี้” – เฟรด โทเปิ้ล (Crave Online)

You’re Next : คืนหอน คนโหด เรื่องราวของครอบครัวเดวิดสัน ที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัวสุดขีด เมื่อกลุ่มคนสวมหน้ากากรูปสัตว์ บุกเข้ามาในบ้านของพวกเขาในยามค่ำคืน ทุกคนพยายามกั้นเขตแดนทั้งภายในและบริเวณรอบบ้าน เพื่อรับมือกับศัตรูที่มีอาวุธครบมือ ไม่ว่าจะเป็นขวาน เครื่องยิงธนู มีดพร้า โดยพวกเขาไม่ต้องการทรมานใครคนไหน นอกจากต้องการฆ่าสถานเดียว อย่างไรก็ตามสิ่งที่กลุ่มนักฆ่าโรคจิตคาดไม่ถึงก็คือ อีริน (ชาร์นิ วินสัน จาก Step Up 3D) ภรรยาของลูกชายคนโตของครอบครัวเดวิดสัน มีความหลังที่จะทำให้เธอกลายเป็นคนที่พวกเขาต่างหากที่ต้องกลัว!!

You’re Next : คืนหอน คนโหด “ ท้าทาย สุดผวา เกินคาดเดา” 19 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

หนังงน่าดู moviefree8k 7 เรื่อง ที่พลาดแล้วต้องเสียดาย! อัพเดท 2021

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix lalaland

La La Land : นครดารา

หนังงน่าดู Netflix แนว Musical ที่ประทับใจใครต่อใครหลายคนมาแล้ว แถมยังคว้ารางวัลจากออสการ์ไปถึง 6 รางวัลอีก โดยเนื้อเรื่องของหนังนั้น ได้เล่าถึงมีอา ที่มีความฝันอยากจะเป็นดารา ส่วนชายหนุ่มเซบาสเตียน ที่ฝันอยากจะเป็นนักดนตรี และอยากเป็นเจ้าของคาเฟ่แจ๊สในมหานครแห่งนี้ เมื่อทั้งสองมาเจอกันจึงเกิดเป็นความรักขึ้นมา และได้ออกเดินทางตามความฝัน แต่ก็ต้องเจออุปสรรคอะไรอีกหลายๆ อย่าง เรื่องนี้ภาพสวย เพลงเราะ นักแสดงดี น่าดูมากๆ

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix into the wild

Into The Wild : เข้าป่าหาชีวิต

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้ เหมาะกับสายเข้าป่าและสายเหงาอย่างแท้จริง ว่าด้วยเรื่องราว ที่สร้างจากเรื่อยจริงของ คริสโตเฟอร์ แมคแคนเดิลส์ ที่ได้เรียบจบมหาลัยมาได้ไม่นาน แต่ด้วยความติสท์ และไม่อยากอยู่ในสังคมที่ต้องทำงานไปวันๆ เคา้จึงได้ออกไปตามหาชีวิตที่อลาสกา ที่ที่เค้าฝันว่าจะได้เจอธรรมชาติอันแสนสวยงาม ด้วยการเดินทางทั้งแสนจะลำบาก และมีอุปสรรคอีกมากมาย พร้อมกับเรื่องราวน่าตื่นเต้น ที่ตัวเค้าเองต้องเจออยู่ตลอดเส้นทาง การที่จะออกไปหาความหมายของชีวิต เค้าจะทำได้หรือไม่ หรือว่าทั้งหมดที่ทำมาเป็นความคิดที่ผิดพลาด อยากรู้ต้องไปติดตามดูกันได้ในหนังน่าดู Netflix กันต่อได้เลย หนังเรื่องนี้ภาพวิวและเสียงดีมากๆ ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีพอสมควรเลย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix white tiger

The White Tiger : พยัคฆ์ขาวรำพัน

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้เป็นหนังอินเดีย ที่ไม่ใช่อินเดียแบบเวอร์วังที่เคยเห็นกันมานะ โดยหนังเรื่องนี้ได้สร้างมาจากนิยายชื่อดัง ที่พูดถึงเรื่องราวของ พลราม ฮาลไว เด็กที่มีความรู้เรื่องภาษาอังกฤษ และมีหัวก้าวหน้าไปไกลกว่าเด็กทั่วไป แต่เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้าง เพราะด้วยความยากจนจึงต้องไปช่วยพ่อ และพี่ชายทำงาน จนสุดท้ายก็ได้คิดนอกกรอบที่เคยอยู่ ไปเป็นคนขับรถให้มหาเศรษฐีในเมืองที่ชื่อ อโศก และ พิงกี้แฟนสาว จากการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และดูเหมือนทุกอย่างจะราบรื่นไปได้ สุดท้ายแล้วเขาก็โดนหักหลัง จนต้องคิดวิธีเอาตัวรอด เพื่อมาใช้ชีวิตของตัวเองให้ได้ เรื่องราวการเอาตัวรอดเพื่อหนีชีวิตจนตรอกของตัวเอง จะต้องก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ และชนชั้นไปให้ได้ เรื่องราวจะเป็นยังไงต้องตามไปดูกัน

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix top gun

Top Gun : ท็อปกัน ฟ้าเหนือฟ้า

หนังงน่าดู เก่าแต่ยังเก๋าอยู่อีกหนึ่งเรื่อง ที่เป็นหนังน่าดู Netflix ในตอนนี้ ทั้งความหล่อและความเท่แบบจัดๆ ของพระเอกชื่อดัง ทอม ครูซ ที่ทำให้แว่นแบรนด์ดัง Rey-Ban ถึงกับขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากับทรง Aviator หรือแว่นตี๋ใหญ่ หนังเรื่องนี้ได้พูดถึง มาเวอริค ผู้เป็นพระเอกในเรื่อง ที่มีนิสัยออกแนวหัวรั้น ได้ถูกเข้ามาประจำการอยู่ที่หน่วย Top Gun และชอบแหกกฏของทางการบินเป็นประจำ แต่เขาก็มีความมั่นใจในตัวเองสูง จนถึงขั้นสูงเกินไป จนทำให้เกิดเรื่องราวที่เลวร้ายขึ้น และสิ่งนั้นเป็นบทเรียนที่ทำให้เขาต้องเปลี่ยนชีวิตตัวเอง และกลับมาตั้งใจฝึกไปพร้อมกับหน่วย และยังได้เจอกับครูฝึกสุดสวยอย่าง ชาร์ลี ด้วย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the naked gun

The Naked Gun : From the files of Police Squad : ปืนเปลือย

Naked Gun 1 : From the Files of Police Squad! เป็นภาพยนตร์คอเมดี้อาชญากรรมอเมริกันปี 1988 ที่กำกับโดย เดวิด ซัคเกอร์ และเผยแพร่โดยพาราเมาท์พิคเจอร์ ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย เลสลี นีลเซน รับบทเป็นร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบิน พริสซิลลา เพรสลีย์, ริคาร์โด้ มอนทาบัน, จอร์จ เคนเนดี และ โอ. เจ.

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความตลกขบขันอย่างรวดเร็วรวมถึงการเล่นมุขและภาพและคำพูดมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากตัวละครที่แสดงโดยนีลเส็นในซีรีส์ทางโทรทัศน์หน่วยตำรวจ! และยังเป็นภาคต่อของภาคหลัง ทีมสร้างสรรค์หลักที่อยู่เบื้องหลังทีมตำรวจ! และซีรีส์ภาพยนตร์รวมถึงทีมงานของ เดวิด ซัคเกอร์, จิม อับราฮัมส์ และ เจอร์รี ซัคเกอร์ รวมถึง แพท พรอฟต์ ในชุดต่างๆ

เปิดตัวเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ภาพยนตร์เรื่องนี้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ซึ่งนำไปสู่สองภาคต่อ: The Naked Gun 2 1⁄2 : The Smell of Fear (1991) และ Naked Gun 33 1⁄3 : The Final Insult (1994)

เรื่องย่อ
ร้อยตำรวจโทแฟรงก์เดรบินหยุดพักร้อนที่เบรุตขัดขวางการประชุมของศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา (อูเดย์อามีน, มูอัมมาร์กัดดาฟี, อยาตุลเลาะห์โคไมนี, ยัสเซอร์อาราฟัต, ฟิเดลคาสโตร และ มิคาอิลกอร์บาชอฟ) ที่พยายามคิดแผนการก่อการร้าย เพื่อทำให้สหรัฐฯอับอายในลอสแองเจลิสเจ้าหน้าที่นอร์ดเบิร์กพยายามจับกุมขบวนการค้ายาเฮโรอีนที่ท่าเรือซึ่งจัดโดยวินเซนต์ลุดวิกเจ้าของท่าเทียบเรือและถูกลูกน้องของลุดวิกยิง หลังจากกลับไปที่ LA และได้รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับคดีโดยหัวหน้าของเขากัปตัน เอ็ด ฮอคเกน เดรบินไปเยี่ยมนอร์เบิร์กในโรงพยาบาลนอร์ดเบิร์กให้เบาะแสที่เป็นความลับรวมถึงภาพเรือของลุดวิก ซึ่งมีการจัดการข้อตกลง แฟรงค์พบกับเท็ดโอลเซ่นนักวิทยาศาสตร์ของตำรวจผู้คิดค้นกระดุมข้อมือที่ยิงลูกดอกยากล่อมประสาท แฟรงค์เรียนรู้ผ่านเท็ดว่าเสื้อแจ็คเก็ตของนอร์ดเบิร์กทดสอบเฮโรอีนได้ดี

ทีมตำรวจมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับการมาเยือนของควีนอลิซาเบธ ที่ 2 ที่ลอสแองเจลิสและเอ็ดบอกแฟรงก์ว่าเขามีเวลา 24 ชั่วโมงในการเคลียร์นอร์เบิร์กก่อนที่คำพูดจะออกมาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเบี่ยงเบนความสนใจจากการมาเยือนของราชินี

เมื่อแฟรงก์ไปเยี่ยมลุดวิกในที่ทำงานลุดวิกรู้ว่านอร์ดเบิร์กยังมีชีวิตอยู่ ลุดวิกมีเจนสเปนเซอร์ผู้ช่วยของเขาคอยช่วยเหลือแฟรงค์ในการสืบสวนและทั้งสองก็ตกหลุมรักกัน อย่างไรก็ตามเจนไม่รู้ถึงกิจกรรมที่ผิดกฎหมายของนายจ้าง หลังจากแฟรงค์ออกจากที่ทำงานลุดวิกได้พบกับปาห์ชเมียร์ผู้เข้าร่วมการประชุมเบรุตเพื่อหารือเกี่ยวกับแผนการลอบสังหารราชินี ลุดวิกตกลงที่จะทำในราคา 20 ล้านดอลลาร์โดยที่ปาห์ชเมียร์สงสัยว่าเขามีแผนจะดึงมันออกไปอย่างไร ลุดวิกอธิบายว่าการใช้บี๊บเขาจะสร้างมือสังหารโดยใช้คำแนะนำหลังการสะกดจิต ลุดวิกพยายามฆ่านอร์ดเบิร์กที่โรงพยาบาลไม่สำเร็จ ขณะที่หมอสะกดจิตหลบหนีแฟรงก์เขาบังเอิญลงเอยด้วยการขี่ขีปนาวุธเข้าไปในร้านดอกไม้ไฟโดยไม่ทราบแรงจูงใจในการลอบสังหาร

แฟรงค์บุกเข้าไปในสำนักงานของลุดวิกในขณะที่เขาไม่อยู่เพื่อค้นหาหลักฐาน แม้ว่าแฟรงก์จะพบข้อความจากปาห์ชเมียร์ที่ส่งถึงลุดวิกซึ่งเป็นการยืนยันความสงสัยของเขา แต่เขาก็เริ่มจุดไฟที่ทำลายโน้ตและสำนักงานโดยไม่ได้ตั้งใจ ต่อมาแฟรงค์ได้พบกับชายคนหนึ่งของลุดวิกที่โรงงานของเขาในโกดังและหลังจากนั้นเขาก็เผชิญหน้ากับลุดวิกด้วยข้อกล่าวหาของเขาที่งานเลี้ยงต้อนรับการมาถึงของราชินี แฟรงค์ตีความการนำเสนอปืนคาบศิลาของลุดวิกต่อราชินีอย่างผิด ๆ ว่าเป็นการโจมตีและพยายามปกป้องเธอ แต่กลับทำให้เกิดปัญหามากขึ้นและถูกไล่ออกจากหน่วยตำรวจ หลังจากนั้นเจนก็ค้นพบเกี่ยวกับพล็อตเรื่องนี้และบอกแฟรงค์ว่าแผนจะดำเนินการในเกมเบสบอลระหว่างซีแอตเทิลกะลาสีเรือและนางฟ้าแคลิฟอร์เนียที่สนามกีฬาอนาไฮม์ในช่วงโอกาสที่ 7 และผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะแสดง

ทีมตำรวจมาถึงสนาม ในการค้นหาผู้เล่นแฟรงค์เคาะผู้ตัดสินเจ้าบ้านด้วยไม้เบสบอลและเข้ามาแทนที่ผู้เล่นเพื่อหาอาวุธในขณะที่พวกเขากำลังตีไม้ตี โอกาสที่เจ็ดเริ่มต้นขึ้นและลุดวิกก็เปิดใช้งาน “ไม้หมอน” ของเขาเรกกีแจ็คสัน เจนแจ้งเตือนแฟรงก์ที่ไล่ตามแจ็คสันและเข้าสกัดเขา แต่แจ็คสันพยายามหนีเมื่อการกระทำของแฟรงก์เริ่มทะเลาะวิวาทกัน ลุดวิกจับเจนจ่อขณะเริ่มออกจากสนามขณะที่แจ็คสันเล็งไปที่ราชินี แฟรงค์พยายามที่จะทำให้แจ็คสันไร้ความสามารถด้วยลูกดอกกระดุมข้อมือ แต่พลาดไปโดนผู้หญิงตัวใหญ่ที่ดาดฟ้าชั้นบน ผู้หญิงคนนั้นล้มลงบนราวบันไดและตกลงมาที่แจ็คสันทำให้เขาไร้ความสามารถและช่วยชีวิตราชินี

แฟรงค์ตามลุดวิกไปที่ด้านบนสุดของสนามกีฬาและยิงลุดวิกด้วยลูกดอกคัฟลิงค์ทำให้เขาล้มลงข้างสนามที่ซึ่งเขาถูกรถบัสวิ่งผ่านวิ่งทับด้วยเรือกลไฟและเหยียบย่ำโดยวงโยธวาทิตของยูเอส . สมาชิกในวงบางคนเหยียบบี๊บเปอร์ของลุดวิกโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เจนพยายามฆ่าแฟรงก์ด้วยปืนของลุดวิก แฟรงก์หยุดสถานะที่ถูกสะกดจิตของเจนโดยเปิดเผยความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอและมอบแหวนหมั้นให้กับเธอ แฟรงก์และเจนได้พบกับนายกเทศมนตรีบาร์คลีย์ซึ่งทำให้แฟรงก์กลับสู่ทีมตำรวจและนอร์ดเบิร์กที่ฟื้นคืนมาก็แสดงความยินดีกับเขา – จนกระทั่งแฟรงก์ผลักรถเข็นของนอร์ดเบิร์กลงบันไดสนามโดยไม่ได้ตั้งใจ

หนังงน่าดู moviefree8k Netflix เรื่อง ที่พลาดแล้วต้องเสียดาย! อัพเดท 2021

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the old guard

The Old Guard : ดิ โอลด์ การ์ด

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้ ติดอันดับ Top 10 หลายครั้งมากๆ เรื่องนี้ได้พูดถึงว่า บางครั้งความอมตะก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะสิ่งที่ต้องแลกมาด้วยนั้นคือน้ำตา! เรื่องราวของนักรบสาว ที่มีชีวิตอมตะนามว่า แอนดี้ ที่ได้ผ่านสงครามมามากมาย และมีอายุมากกว่าพันปี โดยเธอมีคนที่เป็นอมตะติดตามมาด้วย เป็นทหารรับจ้างและเป็นทั้งเพื่อนผู้ร่วมรบกันมานาน แต่ความอมตะของพวกเขา จะไม่ง่ายอีกต่อไป เมื่อทางกองทัพได้ตามไล่ล่า เพื่อที่จะเอาพลังของพวกเธอไปใช้บ้าง เธอจึงต้องทำทุกทางเพื่อยับยั้ง และต้องเจอกับผู้อมตะคนใหม่ด้วย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the martian

The Martian : เดอะ มาร์เชี่ยน กู้ตาย 140 ล้านไมล์

หนังงน่าดู Netflix แนวแอ็คชัน ผสมกับแนววิทยาศาสตร์ และอวกาศกันอีกแล้ว เรื่องราวเกิดขึ้นจาก ภารกิจที่มุ่งสู่ดาวอังคารเพื่อสำรวจ แต่แล้วก็ได้เกิดเหตุขึ้น จนคนที่อยู่บนโลกคิดว่า มาร์ แวทนีย์ ได้ตายไปแล้ว แต่เมื่อแวทนีย์ฟื้นขึ้นมา เขาจึงใช้ความสามารถทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อเอาชีวิตรอด และพยายามติดต่อมายังบนโลก และเมื่อโลกได้รับรู้การมีชีวิตของเขาอยู่ ภารกิจนำตัวเขากลับมายังโลกอย่างปลอดภัย จึงเกิดขึ้นอีกครั้ง

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix red dot

Red Dot : เป้าตาย

หนังงน่าดู Neflix เรื่องต่อมาเป็นหนังที่เพิ่งเข้ามาใหม่ และมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เป็นหนังระทึกขวัญ และมีความแอ็คชันจากทางสวีเดน โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงสองสามีภรรยา ดาวิดและนัดยา ที่ประสบพบเจอปัญหาชีวิตคู่แบบทั่วไป ซึ่งทั้งคู่มีอายุเพียง 20 ปลายๆ เท่านั้น ทั้งสองจึงตกลงกันว่าจะมาปรับความเข้าใจกันใหม่ เพื่อให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม และได้ตัดสินใจไปเที่ยวกันที่เทือกเขา ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน แต่หลังจากที่เกิดเหตุทะเลาะกับพรานล่าสัตว์ จนเป็นชนวนให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น จากความหวานชื่นกลายเป็นขมขื่นทันที เมื่อทั้งสองต้องเจอกับจุดสีแดงเป็นแสงเลเซอร์เข้ามาในเต็นท์ จนต้องหนีเข้าป่ากันไปและอยู่อย่างลำพัง สุดท้ายแล้วทั้งสองจะหนีรอดกลับไปได้หรือไม่ ต้องไปติดตามดูกันได้เลย

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix dont breath

Don’t Breathe : ลมหายใจสั่งตาย

หนังงน่าดู Netflix เรื่องต่อมานี้ แค่ชื่อเรื่องก็อึดอัดแล้ว ทั้งตัวละครในหนัง และคนดูที่ต้องลุ้นไปด้วย กับการปล้นของกลุ่มเพื่อน 3 คนที่วางแผนมาเป็นอย่างดี และคิดว่าจะปล้นเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว เลยตัดสินใจไปปล้นบ้านคนแก่ที่ตาบอด จากที่คิดว่าง่าย แต่เมื่อได้ก้าวเข้าไปในบ้านแล้ว หลังจากนั้น แม้แต่เสียงลมหายใจก็ห้ามมีเสียง! เพราะชายแก่ตาบอดคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นทหารที่เชี่ยวชาญด้านรบมาก่อน และจะไม่มีใครมาเอาอะไรจากเขาไปได้อีก

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix train to busan

Train to Busan : ด่วนนรกซอมบี้คลั่ง

Netflix ที่เกี่ยวกับซอมบี้เรื่องดังจากทางเกาหลี เมื่อ ซอกวู (กงยู) ได้ขึ้นรถไฟขบวน KTX กับลูกสาว จากโซล เพื่อไปหาแม่ที่เป็นภรรยาเก่าที่ปูซาน การเดินทางสุดระทึกได้เริ่มขึ้น เมื่อรถไฟออกจากชานชาลา ดันมีฝูงซอมบี้เข้ามาโจมตีอย่างไม่ขาดสาย และถึงแม้ว่าจะอยู่ในรถไฟ ก็ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป ทั้งผู้โดยสารและคนขับค่อยๆตายไป และรถไฟต้องวิ่งไปอย่างไร้คนขับ การเอาชีวิตรอดตลอดเส้นทางกว่า 400 กิโลเมตร ทุกคนต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้

หนังน่าดู Netflix หนัง Netflix the platform

The Platform : เดอะ แพลทฟอร์ม

Netflix ที่ตีแผ่ชนชั้นกันอีกแล้ว แต่ไม่ใช่ชนชั้น ธรรมดานะ แต่เป็นชนชั้นในคุกด้วย เรื่องราวในหนังได้เล่าถึงคุก ที่มีมากกว่า 200 ชั้น ซึ่งในแต่ละชั้นก็จะใช้ชีวิตต่างกันไป ตั้งแต่การมีชีวิตสบายที่สุด ไปจนถึงการใช้ชีวิตแบบ ขุดความต่ำตมในตัวเองขึ้นมา หนังได้เล่าถึงการปลดปล่อย หรือปล่อยความเป็นตัวตน เมื่อถึงจุดที่ตกต่ำที่สุดในชีวิต หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะกับคนที่จิตอ่อน หรือคนที่มีผลกระทบรุนแรงต่อเรื่องพวกนี้นะ