“สนธิรัตน์” ปัดข่าวโดดซบ “พรรคกล้า” ยันเป็นแค่ข่าวลือ

“สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์” ยันไม่เป็นความจริง หลังลือลาออกพลังประชารัฐจะไปร่วมงาน “กรณ์ จาติกวณิช” ที่พรรคกล้า

จากประเด็นที่ลือกันในหมู่คอการเมือง ถึงการลาออกจากพรรคพลังประชารัฐของกลุ่ม 4 กุมาร ที่ประกอบไปด้วย นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง และอดีตหัวหน้าพลังประชารัฐ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน อดีตเลขาธิการพลังประชารัฐ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โดยทั้งหมดประกาศแถลงลออกไปเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมา

ปรากฎว่าเพียงวันเดียว เกิดกระแสว่านายสนธิรัตน์ ที่เป็นอีกหนึ่งแกนหลักของกลุ่ม 4 กุมาร จะไปร่วมงานกับพรรคกล้า พรรคการเมืองหน้าใหม่ที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง ที่เคยสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ เป็นหัวหน้าพรรคนี้อยู่ และมีการระบุด้วยว่า นายสนธิรัตน์จะพากลุ่มนักธุรกิจพลังงานไปร่วมงานกับพรรคกล้าของนายกรณ์อีกด้วย

อ่านต่อ

Muji ในสหรัฐฯ ยื่นขอล้มละลาย หลังวิกฤตโควิด-19 ทำธุรกิจล้มไม่เป็นท่า

บริษัท เรียวฮิน เคอิคะคุ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ Muji แบรนด์ไลฟ์สไตล์สัญชาติญี่ปุ่น เปิดเผยวันนี้ว่า บริษัทย่อยในสหรัฐได้ยื่นคำร้องขอความคุ้มครองตามบทบัญญัติที่ 11 ในกฎหมายล้มละลายของสหรัฐ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค โควิด-19 ทำให้ธุรกิจของบริษัทต้องหยุดชะงักลง

เรียวฮิน เคอิคะคุ กล่าวว่า Muji ตั้งใจว่าจะดำเนินการเจรจาเรื่องค่าเช่าและปิดร้านบางแห่งที่ไม่สร้างผลกำไร โดยมีหน้าร้าน 18 แห่งในสหรัฐที่ต้องปิดให้บริการมาตั้งแต่กลางเดือนมี.ค. เนื่องจากโควิด-19 ระบาด

อย่างไรก็ตาม เรียวฮิน เคอิคะคุ ยืนยันว่า การยื่นล้มละลายในสหรัฐจะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทในประเทศอื่นๆ

อ่านต่อ

ตำรวจจัดชุดใหญ่ “ยุทธการฟ้าเหลือง” รวบกลุ่มชายรวมตัวบรรเลงกามกิจในสวนสาธารณะ

ยุทธการฟ้าเหลือง ดมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 63 พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี นายชลธี ยังตรง รอง ผวจ.นนทบุรี พร้อมด้วยพล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1(สส) พล.ต.ต.สุภธีร์ บุญครอง ผบก.สส.ภ.1 พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณภักดิ์ รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วรชาติ แสนคำ รอง ผบก.สส.ภ.1 พ.ต.อ.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผู้บังคับการกองสารนิเทศ ปฏิบัติราชการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ดิเรก ยศสนัน ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจำนวน 150 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ป้องดันจังหวัดนนทบุรี หน่วยคอมมานโด กองร้อยจังหวัดนนทบุรี เปิดปฎิบัติการณ์ “ยุทธการฟ้าเหลือง” ที่ ภ.จว.นนทบุรี

สืบเนื่องจากคดีวางยา(สารไซลาซีน) ในน้ำดื่มชายที่มาออกกำลังกายในสวนสาธารณะศาลากลางจังหวัดนนทบุรี จำนวน 2 ครั้งคือเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.63 เวลา 20.15 น.ผู้เสียหายเป็นชายอายุ 43 ปี และวันที่ 19 มิ.ย.63 ผู้เสียหายคือ นายวิโรจน์ ไศละบาท อายุ 42 ปี ทั้ง 2 ไเมาออกกำลังกายที่สวนดังกล่าว จากนั้นได้ดื่มน้ำจากขวดน้ำดื่มพลาสติก และเกิดอาการเหม่อลอย ตัวชา ลิ้นชา ผลการตรวจร่างกายผู้เสียหายรายที่ 2 พบสารไซลาซีนในปัสสาวะ และในขวดน้ำดื่มของกลาง

หลังจากวันนี้มีการประชุมติดตามเร่งรัดคดี ได้มีการวางแผนการเข้าปฏิบัติการฟ้าเหลือง ที่ภ.จว.นนทบุรี จู่โจมปูพรมในพื้นที่สวนสาธารณะดังกล่าว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบข่าวว่ามีกลุ่มชายรักชายใช้พื้นที่สวนแห่งนี้เป็นที่ประกอบกามกิจ มีการตั้งกลุ่มแฮชแท็กและโพสต์ในโซเชียล เผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอในลักษณะอนาจาร ซึ่งใช้สถานที่สวนแก่งนี้เป็นที่นัดหมาย จึงได้ทำการเปิดปฏิบัติการกวาดล้างผู้กระทำผิดในข้อหา กระทำการอันเป็นการขายหน้าต่อธารกำนัล

จากการปูพรมปฎิบัติดารจู่โจมพบผู้ต้องสงสียจำนวน 9 ราย เป็นชายทั้งหมด จึงได้เชิญตัวสอบปากคำ ทำประวัติ เก็บดีเอ็นเอ ตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ และยานพาหนะ บางรายพบถุงยางอนามัย เจลล่อลื่น คลิปชายกับชายในโทรศัพท์ จึงได้ทำการตรวจยึดและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์

อ่านต่อ

แท็กซี่ หลับในพุ่งชนราวสะพาน ไฟลุกท่วมหวิดย่างสด 2 ผู้โดยสาร

หวิดย่างสด สองสาว ผู้โดยสาร แท็กซี่หลับในพุ่งชนราวสะพานไฟลุกท่วม ถนนบางนา-ตราด กม. 42 ย่านบางวัว บาดเจ็บสาหัส 3 ราย รถเสียหายทั้งคัน โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต

วันที่ 10 กรกฏาคม 63  ร.ต.อ.ณชพล สังขะวิไล รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ มีรถยนต์เก๋งโดยสารแบบแท็กซี่พุ่งชนราวสะพานในช่องทางด่วนขาออก มุ่งหน้า จ.ชลบุรี และมีเพลิงลุกไหม้ตัวรถในที่เกิดเหตุบนถนนเทพรัตน (บางนา-ตราด) กม.42 ใกล้กับปากทางแยกเข้าตลาดบูรพา (ถนนจรัญยานนท์ ) พื้นที่ ม.1 ต.บางวัว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา จึงเดินทางไปสอบสวนยังในที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์แท็กซี่แบบเก๋งสีชมพูขาว พุ่งชนเข้ากับขอบราวสะพานข้ามคลองสำโรง ในลักษณะอัดก็อบปี้ด้านหน้ารถติดคาอยู่กับขอบราวสะพานคอนกรีดสภาพพังเสียหายยับเยิน โดยมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพร้อมด้วยรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลบางวัวคณารักษ์ จำนวน 1 คัน กำลังใช้น้ำฉีดเพื่อควบคุมเพลิงที่กำลังลุกไหม้ตัวรถอยู่

ในที่เกิดเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย เป็นชายซึ่งเป็นคนขับรถแท็กซี่ 1 ราย และเป็นหญิงสาววัยกลางคน 2 ราย ถูกพลเมืองดีเข้าไปให้การช่วยเหลือ นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดออกมาจากตัวรถก่อนที่จะเกิดเปลวเพลิงลุกไหม้จนทำให้ตัวรถเสียหายหมดทั้งคัน โดยผู้โดยสารทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บขาหักทั้งสองคนโดยที่ยังอยู่ในอาการหมดสติ 1 คน ทั้งหมดถูกลำเลียงนำส่งไปเข้ารับการรักษายังที่ รพ.เอกชนแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ

อ่านต่อ

“เสรีพิศุทธ์-สมชัย” ตั้งโต๊ะแฉทุจริตเลือกตั้งซ่อมลำปาง อาจนำไปสู่การยุบ “บางพรรค”

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อมด้วยนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) แถลงข่าวเปิดเผยหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อเสียงเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งซ้อมเขต 4 จังหวัดลำปาง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 63. ที่อาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองบางพรรคได้

โดยนายสมชัย กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อมูลการตรวจสอบปัญหาการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง พบว่ามีการทุจริตมี 4 กลุ่ม ประกอบด้วย ข้าราชการ เจ้าหน้าที่รัฐไม่เป็นกลาง , รัฐมนตรีซึ่งเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง รวมถึงรองนายกรัฐมนตรี สัญญาว่าจะให้โดย, การจ่ายเงินซื้อเสียง, มีการสวมสิทธิ์ให้บุคคลเข้าไปเลือกตั้งแทน ซึ่งการสำรวจจากประชาชนในพื้นที่พบว่า ผู้ที่ทุจริตส่วนใหญ่เป็นหัวคะแนนและเจ้าหน้าที่รัฐ มีทั้ง อสม. กำนันผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้ดำเนินการ โดยมีการซื้อเสียงมากที่สุดหัวละ 300 บาท

ส่วนประเด็นที่รัฐมนตรีสัญญาว่าจะให้ พบว่าในช่วงที่มีการเลือกตั้งซ่อม มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ไปตรวจราชการอยู่หลายครั้ง รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุสรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ลงพื้นที่ก่อนการเลือกตั้งเพียง 2 วัน และมีการเรียกนายอำเภอในเขตพื้นที่เลือกตั้งมาพบด้วย และจากการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีดังกล่าว นำมาสู่การสัญญาสร้างโครงการในพื้นที่จังหวัดลำปางมากถึง 12 โครงการ ถือเป็นการเข้าข่ายสัญญาว่าจะให้จากรัฐบาลและพรรคการเมือง และร.อ.ธรรมนัส ยังออกมาให้ข่าวยอมรับว่ามีการเสนอโครงการและของบประมาณเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นกรณีนี้เข้าข่ายความผิด 73(2) ตามกฎหมายเลือกตั้ง

อ่านต่อ

“หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้” ยอมถอนแจ้งความ “3 ชาวบ้านเก็บเห็ด”

ชาวบ้านเก็บเห็ด พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 9 กรกฏาคม 63 นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.ธีระศักดิ์ แก้วคำ พงส.สภ.เมืองศรีสะเกษ และแจ้งว่า ไม่ติดใจที่จะประสงค์ดำเนินคดีกับ นางปราณี อายุ 63 ปี นางบุญมี อายุ 59 ปี และนางทัศศอร อายุ 36 ปี ชาวบ้านบัวระรมย์ ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ อีกต่อไป เนื่องจาก ชาวบ้านเก็บเห็ด 3 คนได้เข้าไปภายในสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ โดยไม่ได้ขออนุญาตเท่านั้น และไม่มีทรัพย์สินหรือสิ่งของมีค่าใด ๆ ของทางราชการได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

ซึ่งนายประธาน ได้พิจารณาโดยละเอียดแล้วถี่ถ้วนแล้วเห็นว่า บุคคลทั้ง 3 คนไม่มีเจตนาที่จะบุกรุกเข้ามาในสถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษแต่อย่างใด และเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน นายประธานจึงได้มาขอถอนเรื่องแจ้งความดำเนินคดีกับทั้ง 3 คน ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งเอาไว้แล้ว ตามรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดี สภ.เมืองศรีสะเกษ ข้อที่ 21 ลงวันที่ 09 กรกฏาคม 63 เวลา 14.00 น.

พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ กล่าวค่อว่า เมื่อพิจารณาจากสถานที่เกิดเหตุแล้วพบว่า ไม่มีการกร่น สร้างหรือเผา หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน และไม่มีทรัพย์สินของทางราชการเสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหาทั้งสาม อีกทั้งสิ่งของที่ตรวจยึดได้จากผู้ต้องหาทั้งสามมีเพียงตะกร้าไม้จักสานคนละ 1 ใบ ภายในมีเห็ด(เห็ดขม) ซึ่งนำมาจากที่อื่นเพียงเล็กน้อย และเสียมขนาดเล็กคนละ 1 เล่ม อันเป็นอุปกรณ์เครื่องมือในการประกอบอาชีพในฐานะเกษตรกรเท่านั้น และผู้ต้องหาทั้งสามก็มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอน้ำเกลี้ยง ซึ่งอยู่นอกพื้นที่อำเภอเมืองศรีสะเกษ อาจจะไม่ชำนาญเส้นทาง และไม่ทราบว่าบริเวณที่เกิดเหตุเป็นสถานที่ราชการ เนื่องจากมีสภาพเป็นผืนป่าจำนวน 100 ไร่ แม้ข้อเท็จจริงจะครบองค์ประกอบภายนอก

อ่านต่อ

โผล่อีก “หนุ่มใหญ่โอนไว” โอนเงินรวม 4 ล้าน ให้สาวในเฟซบุ๊กทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า

หนุ่มใหญ่โอนไว เจอสาวในเฟซบุ๊กหลอกให้หลงรัก โอนเงินให้ 4 ล้าน ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า แถมถูกด่ากลับแบบเจ็บๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 กรกฏาคม 63) หนุ่มใหญ่โอนไว  ที่สำนักงานทนายความคู่ใจ ถ.แจ้งวัฒนะ ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายปรีชา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี อดีตหัวหน้างานบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ชาวจังหวัดสระบุรี เดินทางเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เพื่อให้ช่วยเหลือติดตามเงินที่ถูกหลอกไปกว่า 4 ล้านบาท จาก นางสาวนิภาพร หรือ แจง อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดเชียงใหม่ หลังรู้จักพูดคุยกันทางเฟซบุ๊กจนสนิทสนมคบหาเป็นแฟน และถูกหลอกให้โอนเงินไปทั้งๆ ที่ไม่เคยเห็นหน้า

นายปรีชา กล่าวอย่างหมดอาลัยตายอยากในชีวิตว่า เมื่อปี 2561 ตนเองรู้จักกับน้องจอยทางเฟซบุ๊ก พูดคุยกันตลอดทั้งวันทั้งคืนจนคบหาเป็นแฟน หลังจากนั้นน้องจอยก็บอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตไม่มีเงินจัดงาน เลยโอนไปให้ 40,000 บาท เพื่อช่วยเหลือ หลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็มาบอกว่าคุณแม่เสียอีก พร้อมถ่ายรูปในงานศพมาให้ดูตนก็ช่วยงานไปอีก 40,000 บาท

จนกระทั่งวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนเองได้ขอเออรี่รีไทร์ออกจากงานที่ทำ และได้เงินสดมาอีกกว่า 2 ล้านบาท น้องแจงได้ทักเฟซบุ๊กมาบอกว่าตนเองมีที่ดิน 3 ไร่กว่าที่เชียงใหม่จะขาย แต่คนซื้อบอกว่าหน้าที่ดินแคบ น้องเขาอยากซื้อที่ดินด้านข้างเพื่อให้หน้ากว้างจะได้ขายได้ ตนจึงโอนเงินทางโทรศัพท์ไปให้น้องแจง 1.3 ล้านบาทในวันนั้น แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ขาย ก็คิดว่าเป็นช่วง โควิด-19 ระบาด คงซื้อขายกันไม่สำเร็จ

จากนั้นน้องแจงได้เขียนจดหมายเป็นหลักฐานข้อความว่าจะอยู่กินเป็นสามีภรรยากับตน ขอให้ตนมั่นใจได้ พร้อมปรับทุกข์ว่าไม่มีเงินใช้ที่ดินก็ไปจำนอง แถมไปค้ำประกันเพื่อนซื้อรถจนถูกออกหมายจับ ตนเองเกิดความสงสารเลยโอนเงินไปให้อีกหลายแสนบาท เพื่อไถ่ถอนที่ดินและช่วยเหลือคดีที่ไปค้ำประกัน รวมแล้วที่ผ่านมามีสลิปโอนเงินเป็นหลักฐานกว่า 4 ล้านบาท

อ่านต่อ

พบศพ นายกเล็กกรุงโซล เสียชีวิตบนภูเขา ลูกสาวเผยพูดเหมือนสั่งเสียก่อนหายตัว

ตำรวจกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เผยว่า พบศพ ของนายพัก วอน-ซุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล อายุ 64 ปี แล้วในวันนี้ (9 กรกฏาคม 63) ที่ภูเขาพูกัก ทางตอนเหนือของกรุงโซล หลังจากลูกสาวของนายพักแจ้งความว่าหายตัวไปไม่กี่ชั่วโมง

ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ตำรวจสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย

ตำรวจเผยอีกว่า ลูกสาวของนายพักแจ้งตำรวจเมื่อเวลา 17.17 น. วันนี้ (9 กรกฏาคม 63) ตามเวลาท้องถิ่น โดยระบุว่าพ่อของตนออกจากบ้านไปราว 4-5 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น หลังจากกล่าวกับตนเหมือนสั่งเสีย ทั้งยังปิดโทรศัพท์มือถือด้วย

ปฏิบัติการค้นหาตัวนายพักใช้ตำรวจมากกว่า 770 นาย โดยค้นหาบริเวณใกล้บ้านและละแวกวัดกิลซังซาในเขตซองบุก ของกรุงโซล ซึ่งเป็นจุดที่พบสัญญาณโทรศัพท์ของนายพักเป็นครั้งสุดท้ายด้วย

ออฟฟิศเผยหยุดงานกะทันหัน
สำนักงานเทศบาลกรุงโซลเผยว่า วันนี้ (9 กรกฏาคม 63) นายกเทศมนตรีรายนี้ไม่มาทำงาน ทั้งยังสั่งให้ยกเลิกงานและประชุมทุกอย่างในวันนี้เช่นกัน โดยอ้างว่าเกิดเหตุสุดวิสัย

อย่างไรก็ดี เมื่อวานนี้ (8 กรกฏาคม 63) ยังพบว่านายพักมาทำงานและร่วมแถลงข่าวเปิดตัว “ข้อตกลงใหม่ฉบับสีเขียว” ของกรุงโซล ที่ตั้งเป้าว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสร้างอาชีพให้กับประชาชนอีกด้วย

ถูกกล่าวหาพัวพันล่วงละเมิดทางเพศ
ที่ผ่านมา สื่อมวลชนเกาหลีใต้หลายสำนักรายงานว่า นายพักถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเมื่อวานนี้อดีตเลขาของนายพักเดินทางเข้าแจ้งความต่อสำนักงานตำรวจกรุงโซลว่าถูกนายพักล่วงละเมิดทางเพศ

อ่านต่อ

ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว! แถมแก้กฎหมายคู่สมรส รองรับสิทธิ LGBTQ+

ร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้ว! แถมแก้กฎหมายคู่สมรส รองรับสิทธิ LGBTQ+

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวที่ ที่ประชุม ครม. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คู่ชีวิตแล้ว เพื่อเปิดทางให้คู่รักเพศเดียวกันใช้ชีวิตร่วมกันได้ คล้ายกับคู่รักชายหญิงทั่วไปหลายข้อทั้งการใช้คู่ชีวิตมีอำนาจจัดการแทนกันในทางกฎหมาย การจัดการทรัพย์สินก่อนและหลังจดทะเบียนคู่ชีวิต รับบุตรบุญธรรม จัดการมรดมเหมือนคู่สมรส

นอกจากนี้ ครม. ยังเห็นชอบให้เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในข้อที่ว่าคู่สมรสให้นำมาใช้กับคู่ชีวิตตามอนุโลมได้ด้วย เช่น ห้ามคู่สมรสหรือคู่ชีวิตจดทะเบียนซ้อน การหย่าที่ครอบคลุมถึงคู่ชีวิต พร้อมทั้งให้กระทรวงยุติธรรมติดตามผลของการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นด้วยว่าทำให้คู่ชีวิตได้รับความเป็นธรรมเท่าเทียมจริงหรือไม่ และถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมจริง ก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป

เราไม่ทิ้งกัน คลังวอนคนสละสิทธิ์ที่ยังไม่คืนเงินเยียวยากว่า 7,000 คน ช่วยคืนเงินด้วย

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวถึงกรณีที่สื่อออนไลน์แชร์หนังสือเรียกคืนเงินจากกลุ่มผู้สละสิทธิ์มาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันว่า ยอดผู้ขอสละสิทธิ์ ณ วันที่ 14 มิถุนายน 63 มีจำนวน 10,121 คน มีผู้นำเงินคืนให้กระทรวงการคลังแล้ว 2,455 คน คงเหลือ 7,666 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมามีคนติดต่อขอคืนเพิ่มอีก 84 คน เพื่อให้การสละสิทธิ์เสร็จสมบูรณ์ จึงขอให้จำนวนผู้สละสิทธิ์ที่เหลือคืนเงินที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดต่อกระทรวงผ่านทางเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ผ่าน Mobile Banking Internet Banking หรือ ATM ของธนาคารใดก็ได้ หรือนำหนังสือที่ได้รับไปติดต่อที่สาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทั่วประเทศ

อ่านต่อ

“ไพบูลย์” ขู่ฟ้องกลับ “เรืองไกร” ร้อง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ ยันพรรคไม่ได้ทำอะไรผิด

นาย ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยกับสำนักข่าว INN ถึงกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยุบพรรคพลังประชารัฐ ว่าการที่นายเรืองไกร ไปยื่นร้องโดยที่ไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน หรือข้อกฎหมายที่ชัดเจน ถือว่าสุ่มเสี่ยง ซึ่งทางพรรคจะมีการตรวจสอบ พิจารณาดำเนินคดีกับนายเรืองไกร หากตรวจสอบพบว่าเป็นการยื่นที่มีเจตนาที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ.พรรคการเมือง มาตรา 101 หรือกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่ในส่วนของพรรคนั้น มั่นใจว่าไม่มีการกระทำที่มีปัญหาทางกฎหมายอย่างที่นายเรืองไกร จะยื่นฟ้องอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ เมื่อถามถึงความคืบหน้าการจัดสัดส่วนรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ กล่าวว่า พรรคจะมีการแก้ไขข้อบังคับเพิ่มเติมให้มีรองหัวหน้าพรรคจากเดิมไม่เกิน 9 คน เป็น ไม่เกิน 10 คน

อ่านต่อ