วอล์กอิน ตรวจโควิดที่ราชมังฯ คิวเต็มก่อน 6 โมงเช้า หลายคนมาแต่เช้า

วอล์กอินตรวจโควิดที่ราชมังฯ คิวเต็มก่อน 6 โมงเช้า หลายคนมาแต่เช้า แต่ก็ยังไม่ทัน

ประชาชน วอล์กอิน ตรวจโควิด-19 ที่ ราชมังคลากีฬาสถานแน่น มารอรับบัตรคิวตั้งแต่ก่อนตี 4 บางส่วนผิดหวังกลับบ้าน ต้องมาใหม่วันพรุ่งนี้
บรรยากาศการตรวจหาเชื้อโควิดฟรี ที่จุดบริการประชาชนแบบวอล์กอิน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ที่เปิดรับตรวจวันละ 1,500 คน ถือเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว ที่ให้บริการช่วงล็อกดาวน์ โดยวันนี้ ประชาชนยังคงเดินทางมารับบัตรคิวกันตั้งแต่ก่อนเวลา 04.00 น. ทำให้คิวเต็มตั้งแต่ก่อนเวลา 06.00 น. และมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องผิดหวังกลับบ้านไป ซึ่งต้องมารอคิวใหม่ในวันพรุ่งนี้

ทั้งนี้ แม้ว่า ศบค. จะอนุมัติให้ขายชุดตรวจ Antigen Test Kit ด้วยตนเอง รวมถึงการขยายจุดตรวจเชิงรุกเพิ่มเติมก็ตาม แต่ก็ยังมีประชาชนอีกมาก ที่ต้องการเดินทางมารับบัตรคิวด้วยตนเอง ตามจุดบริการที่จัดให้

จากการสอบถามประชาชนที่ได้รับบัตรคิว ระบุว่า มาตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อให้ทันได้บัตรคิว บางคนเดินทางมาไกล และจำเป็นต้องตรวจ เพราะอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ทำงานที่ต้องพบเจอผู้คน จึงอยากตรวจให้ทราบผล ขณะประชาชนที่มาแล้ว แต่ไม่ได้รับบัตรคิว ก็ตัดพ้อว่า อยากให้เปิดคิวมากกว่า 1,500 คนต่อวัน เนื่องจากเดินทางมาไกล ถึงมาเช้า ก็ไม่ได้คิว

อย่างไรก็ตาม จุดบริการที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในสัปดาห์นี้จะเปิดไปจนถึงวันที่ 22 กรกฎาคม 2564

เช็ค 19 จุดพัก! ผู้ป่วยโควิดระหว่างส่งตัวกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา

เช็ค 19 จุดพัก! ผู้ป่วยโควิดระหว่างส่งตัวกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา

ตำรวจทางหลวง สนับสนุน ”ศูนย์ส่งกลับบ้านเกิด” สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 พร้อม เช็ค 19 จุดพัก! อำนวยความสะดวกผู้ติดเชื้อระหว่างกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา

เช็ค 19 จุดพัก! กองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. และพล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผบก.ทล. ได้เห็นถึงความรุนแรงและผลกระทบ ของสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ประกอบกับมีทั้งภาครัฐ เอกชน และ มูลนิธิต่างๆ ได้จัดทำโครงการ “ศูนย์ส่งกลับบ้านเกิด” สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อพาผู้ป่วยกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนา ซึ่งระหว่างเดินทางของผู้ป่วยรวมถึงเจ้าหน้าที่ อาจเกิดความเหนื่อยล้า ต้องการทำธุระส่วนตัว แต่ไม่สามารถแวะพักตามสถานที่ หรือปั๊มน้ำมันทั่วไปร่วมกับประชาชนท่านอื่นได้

พล.ต.ต.เอกราช ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวว่า กองบังคับการตำรวจทางหลวง มีหน้าที่หลักในการดูแลประชาชนบนถนนหลวงสายหลัก ได้เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าว จึงได้รวบรวมจุดพักของรถหรือมูลนิธิต่างๆ ที่จะพาผู้ป่วยกลับไปรักษายังภูมิลำเนารวมทั้งหมดทุกสายทาง ทั้งสายเหนือ อีสาน ตะวันออก ตะวันตก และสายใต้ หากต้องการแวะพักสามารถโทรไปยังศูนย์ที่ต้องการแวะพักล่วงหน้า อย่างน้อยก่อน 1 ชม. เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดเตรียมพื้นที่ให้พักทำธุระส่วนตัว

โดยมีทั้งหมด 19 สถานที่ดังนี้

1.โรงแรมต้นปาล์มอินน์ จังหวัดลพบุรี
โทร. 081-8517943

2.ร.พ.คลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร
โทร. 089-9573118

3.เวทีมวย ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา
โทร. 091-7974459

4.ม.การกีฬาแห่งชาติวิทยเขตมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
โทร. 089-6191765

5.หมวดทางหลวงนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์
โทร. 098-6965539

6.ร.พ.สนาม อุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี
โทร. 045-317631-4

7.ร.พ.สนาม มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี วิทยาเขตบ้านยางน้อย เขื่องในอุบลราชธานี
โทร. 045-352000

8.ร.พ.สมเด็พระยุพราช เลิงนกทา จังหวัดยโยธร
โทร. 083-9673881

9.ร.พ.สนาม ศาลากลางจังหวัด จังหวัดอำนาจเจริญ

โทร. 096-9707348

10.รพ.สนามรวมใจรักษ์ 3 จังหวัดระยอง
โทร. 081-3380769

11.โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ วังใหม่ จังหวัดจันทบุรี
โทร. 089-8228999

12.รพ.สนาม ม.เทคโนโลยีราขมงคลธัญบุรี จังหวัดปราจีนบุรี
โทร. 096-6946953

13.หน่วยกู้ภัยสว่างราชบุรี จังหวัดราชบุรี
โทร. 087-1566600

14.รพ.มะการักษ์ จังหวัดกาญจนบุรี
โทร. 081-8573383

15.ศูนย์กู้ภัยสว่างเมธีฯ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
โทร. 095-9514459

16.รพ.สนาม จ.พังงา 1 จังหวัดพังงา
โทร. 076410224

17.มูลนิธิสว่างภักดีตรังธรรมสถาน จังหวัดตรัง
โทร. 075-820328

18.รพ.ช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช
โทร. 075-466104

19.รพ.ท่าศาลา ท่าศาลานครศรีธรรมราช
โทร. 075-521333

ทั้งนี้ สามารถตรวจสอบจุดพักระหว่างทางได้ตามลิงก์ที่แนบมานี้

หนุ่มอัณฑะเป็นฝี กินยาพาราฯ 10 เม็ดไม่หายปวด ซัดเพิ่มอีก 40 เม็ด

หนุ่มอัณฑะเป็นฝี กินยาพาราฯ 10 เม็ดไม่หายปวด ซัดเพิ่มอีก 40 เม็ด ช็อกดับคาที่

หนุ่มอัณฑะเป็นฝี กินยาพาราฯ 10 เม็ดไม่หายปวด ซัดรวดเดียวอีก 40 เม็ด หมดกระปุก เพื่อนห้ามไม่ฟัง สุดท้ายน็อกดับคาเปล

เมื่อเวลา 16.30 น. (14 ก.ค.64) พ.ต.ต.ชาญชัย คำดีเกิด สารวัตร (สอบสวน) สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุคนนอนเสียชีวิต ที่บ้านกลางทุ่งนา บ้านโคกเมือง ต.สะแก อ.สตึก จึงประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูด และแพทย์เวร ร.พ.สตึก เข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ยกสูงใต้ถุนโล่ง อยู่กลางทุ่งนา ไม่มีเลขที่ ถนนสายบ้านโคกเมือง-ทุ่งวัง ห่างจากหมู่บ้านประมาณ 2 กม. ภายใต้ถุนบ้าน พบศพ นายบุญโฮม หรือ ด้วน อายุ 42 ปี นอนเสียชีวิตในเปลที่ผูกโยงระหว่างเสาบ้าน สภาพศพนุ่งกางเกงกีฬาขาสั้น ไม่สวมเสื้อ

หนุ่มอัณฑะเป็นฝี เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ พบเพียงบริเวณอัณฑะ ของผู้ตายลักษณะเป็นฝี มีหนองปนเลือดไหลออกมา เสียชีวิตมาประมาณ 1 ชม.

สอบถาม นายชาตรี อายุ 45 ปี เพื่อนผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ช่วงเช้า (14 ก.ค.) ตนได้ชักชวนนายด้วน เป็นคนพิการมือเท้าเคลื่อนไหวช้า ไปนั่งดื่มเหล้าที่บ้านกลางนาด้วยกัน เพราะเกรงใจ อสม.ที่ต้องมาคอยเตือนไม่ให้รวมกลุ่มสังสรรค์ ในช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 จึงขี่รถจักรยานมาด้วยกัน 2 คน ดื่มเหล้าขาวไป ชมวิวทุ่งนาไปด้วย ระหว่างที่นั่งคุยกันอยู่นั้น นายด้วน ผู้ตาย บ่นตลอดเวลาว่า ไม่สบาย เป็นฝีที่บริเวณอัณฑะมีเลือดปนหนองไหลออกมา มีอาการปวดเหมือนจะเป็นไข้ จากนั้นนายด้วน ได้ควักยาพาราเซตามอลมา 1 กระปุก แล้วกินทีเดียว 10 เม็ด แล้วนั่งดื่มเหล้ากันต่อ

ในเวลาต่อมาอีกประมาณ 2 ชม. นายด้วน บอกว่าอาการไม่ดีขึ้น กินยาพาราฯ เพิ่มอีก 40 เม็ด ที่เหลือในกระปุก รวม 50 เม็ด ตนพยายามห้ามแล้ว แต่นายด้วนไม่ฟัง บอกว่าเคยกินมาแล้ว

นายชาตรี เล่าต่อว่า ช่วงบ่ายขณะกำลังจะเดินไปถามอาการนายด้วน แต่กลับเห็นผู้ตายนอนชักกระตุกคาเปลนอน เมื่อเดินเข้ามาดูใกล้ก็ปรากฏว่าพบนอนแน่นิ่ง แล้วหยุดหายใจ จึงรีบมาแจ้งเจ้าหน้าที่ อบต.สะแก ให้มาช่วยเหลือดังกล่าว

ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ ประกาศยังไม่มีนโยบายฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศยังไม่มีนโยบายฉีดวัคซีนโควิดสูตรไขว้ ยกเว้นเพื่อทำวิจัย

ราชวิทยาลัย จุฬาภรณ์ ออกประกาศยืนยันยังไม่มีนโยบาย ฉีดวัคซีน โควิด-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ต่างชนิดกัน ยกเว้นเฉพาะผู้ที่อยู่ในโครงการวิจัยหรือผู้ที่ฉีดแล้วแพ้หรือมีอาการข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดเข็มแรก

วันนี้ (14 ก.ค.64) ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ออกประกาศยืนยันนโยบายฉีดวัคซีนโควิดชนิดเดียวกัน ไม่ฉีดแบบสูตรไขว้ต่างชนิดกัน โดยมีเนื้อหาของประกาศดังนี้

“ขณะนี้ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ยังไม่มีนโยบายให้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ต่างชนิดกัน เนื่องจากเป็นวัคซีนใหม่ที่ใช้ในภาวะฉุกเฉินเท่านั้น โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดเดียวกันทั้ง 2 เข็ม ตามที่บริษัทผู้ผลิตได้รับอนุญาต

“ยกเว้น” ผู้อยู่ในโครงการศึกษาวิจัย หรือ กรณีผู้ฉีดแพ้หรือมีอาการข้างเคียงรุนแรงจากการฉีดวัคซีนเข็มแรก สามารถให้วัคซีนต่างชนิดกันในเข็มที่ 2 ได้ถ้าแพทย์เห็นสมควร

ทั้งนี้ หากท่านไม่ให้ข้อมูลที่สมบูรณ์และหลีกเลี่ยง เพื่อให้ได้รับวัคซีนต่างชนิดหรือวัคซีนเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันก่อนเวลาที่เหมาะสม ทางราชวิทยาลัยจะไม่รับผิดชอบผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม และการประกันอาจไม่คุ้มครองการรักษาพยาบาลที่เกิดจากอาการข้างเคียงหลังการฉีดวัคซีนประกาศ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564

แชร์สนั่น หนุ่มนุ่งกระโจมอกอาบน้ำในหลุมถนน ชี้งบ 103 ล้าน

แชร์สนั่น หนุ่มนุ่งกระโจมอกอาบน้ำในหลุมถนน ชี้งบ 103 ล้าน แต่ถนนสุดจะพัง

แชร์สนั่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ชื่อ ปวรปรัญช์ สุขสุสาสน์ (บัส) ได้โพสต์คลิปวิดีโอขณะตนเองนุ่งกระโจมอก สวมหมวกอาบน้ำ ถือขันไปตักน้ำอาบ จากหลุมถนน ที่สภาพชำรุดทรุดโทรด เป็นหลุมเป็นบ่อ บนทางหลวงหมายเลข 3011 วัดบ้านพาด อำเภอบางไทร เชื่อมอำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมกับข้อความ

ถนนที่ใช้งบแผ่นดิน 103 ล้านบาท (อ่านไม่ผิดหรอกงบร้อยล้านจริงๆ) เมื่อน้ำไม่ไหล ไฟดับ เราก็มาพึ่งพาอาศัย แหล่งน้ำสาธารณะได้โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทอง พร้อมกับติดแฮทแท๊ก #เป็นเกย์จ้ะไม่ต้องสงสัย #อ่างน้ำในฝันฝันผวา #ไฟสว่างทางแย่ก็ไม่เอา #คลิปจริงสถานที่จริงมาดูได้จะพาไปดู #ไม่มีเจตนาร้ายต่อใคร #หวังเพียงการพัฒนา #เดือนร้อนจริงไม่ได้หลอกลวง

ผู้สื่อข่าวได้ ไปพบกับ นาย ปวรปรัญช์ สุขสุสาสน์ อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ตำบลไม้ตรา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าของคลิปที่พาผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบสภาพของถนน ที่ปรากฏตามคลิป พบว่าสภาพพื้นถนนชำรุดเสียหายหลายจุด บางจุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ไหล่ทางชำรุดเสียหาย โดยเฉพาะตรงที่ถ่ายคลิปพบว่าเป็นหลุมลึกมีน้ำขัง

นายปวรปรัญช์ เจ้าของคลิปเล่าว่า ตนเองใช้ถนนสายนี้สัญจรไปมา สภาพถนนพังเสียหายมานาน ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ไข จึงถ่ายคลิปและภาพของถนนลงเฟซบุ๊ก ซึ่งก็ไม่มีหน่วยงานไหนออกมารับทราบเรื่องราวดังกล่าว ไม่ได้รับความสนใจ

ต่อมาจึงตัดสินใจถ่ายคลิปอาบน้ำบนถนนที่มีน้ำขังหลุมตามคลิปที่ปรากฏ เพื่อให้เห็นว่าหลุมลึกจริง สามารถลงไป อาบน้ำได้ ตักน้ำได้ เพื่อให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาดูแลแก้ไข เพราะงบที่ใช้ทำลงไปบนถนนเส้นนี้ก็ไม่ใช่น้อย เพิ่งทำเสร็จเมื่อตอนสิงหาคม ปี 2562 ตอนนี้ปี 2564 ยังไม่ถึงเดือนสิงหาคม จะครบ 2 ปี ก็มาพังแบบนี้ ซึ่งก็เคยซ่อมแซมมาแล้วแต่ก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก

อยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมือแก้ไข ช่วยกันซ่อมแซมให้ดีกว่านี้ เพราะเส้นทางดังกล่าวมีทั้งรถเล็ก รถใหญ่ วิ่งสัญจรไปไปตลอดทั้งวัน รวมถึงชาวบ้านในละแวก ต้องเดินทางอย่างระมัดระวัง อยากให้ช่วยลงมาแก้ไขตรงนี้เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนเส้นทางสัญจรไปมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุด นายภานุ แย้มศรี ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งการให้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบถนนเส้นทางดังกล่าว ดำเนินการตรวจสอบและเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้ว

จับอีก! เว็บพนันออนไลน์ พบเงินหมุนเวียน 300 ล้าน ตร.PCT

จับอีก! เว็บพนันออนไลน์ พบเงินหมุนเวียน 300 ล้าน

จับอีก! ตร.PCT รวบเว็บพนันออนไลน์ ขนของย้ายหนี แต่ไม่พ้น พบเงินหมุนเวียน 300 ล้าน

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.ภ.6 ชุดปฎิบัติการที่4 ตำรวจ PCT เข้าจับกุมเว็บพนันออนไลน์โดยเป็นเครือข่าย ทำเว็บไซต์พนันออนไลน์ มีการเล่นพนันออนไลน์ และการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศเปิดให้มีการพนันออนไลน์เกี่ยวกับ ฟุตบอลยูโร 2020, ฟุตบอลโคปา 2021, พนันสล็อต, เกมส์ยิงปลา, เกมสล็อต, บิงโก หรือ เกมส์อื่นๆ มีการเสนอการฝาก ถอน เงินสดสำหรับเป็นเครดิตในการเล่นพนันผ่านธนาคารพาณิชย์ (ในประเทศไทย) และเว็บไซต์มีระบบ ฝาก-ถอน อัตโนมัติ

จับอีก! จึงได้ทำการสืบสวนพบว่า สถานที่ตั้งของกลุ่มบุคคลเครือข่ายที่ทำด้านการตลาด, แอดมิน ,จุดการดำเนินการเรื่องการเงิน รับโอนเข้า -ออก พร้อมขอหมายค้นจากศาลอาญา ที่ 563-564/2564 ลง 9 ก.ค.64 เข้าค้น ตึกแถวเลขที่ 131/91 หมู่ที่ 2 ตำบลทับมา อำเภอ เมืองระยอง จังหวัด ระยอง สองชั้นครึ่ง จำนวน 2 คูหาติดกัน ด้านหลังอาคารปิดกั้นห้องทึบ มีการทำประตูเข้า-ออกด้านข้าง มีเหล็กดัดปิดทุกช่องหน้าต่าง มีกลุ่มบุคคลที่ เข้าทำงานเกี่ยวกับการตลาด, แอดมินเว็บไซต์ฯ พบผู้ต้องหา จำนวน 5 คน โดยมี นายอุดม สงวนนามสกุล อายุ 35 ปี เป็นผู้ดูแลสถานที่

แต่อุปกรณ์ในการทำเว็บพนันบางส่วนถูกถอดขนย้ายพบแต่คีย์บอร์ด และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จำนวนมาก ก่อนจะขยายผลไปยัง ศรีเมืองคอนโด ห้องเลขที่ 139/28 ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยองเป้าหมายที่ 2พบผู้ต้องหาจำนวน 2 คน โดยมี น.ส.พรทิพย์ สงวนนามสกุล อายุ 27 ปี เป็นผู้ดูแลสถานที่ กำลังนั่งทำงานในลักษณะเป็นแอดมินดูแลลูกค้าที่เล่นพนันออนไลน์ และพบของกลาง คอมพิวเตอร์ PC 3 เครื่อง,สมุดบัญชีธนาคาร 15 เล่ม,บัตรเอทีเอ็ม 15 ใบ และสมุดบัญชีจดรายการและลูกค้าจำนวนมาก

จากการตรวจสอบพบว่าเปิดเว็บพนันมาปีกว่าแล้ว มียอดเงินหมุนเวียนในบัญชีกว่า 300 ล้านบาท จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในความผิดฐาน ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวน โดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเล่นหรือเข้าเล่นพนัน, ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯส่วนทรัพย์สินทั้งหมดจะได้ทำการยึดและอายัดนำส่ง ปปง.ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินต่อไป

กลุ่ม นักเรียนบุก สธ.ทวงวัคซีน-ราดสีห่อศพจำลอง ตำรวจสกัดไม่ยอม

กลุ่มนักเรียนบุก สธ.ทวงวัคซีน-ราดสีห่อศพจำลอง ตำรวจสกัดไม่ยอมให้เข้าภายใน

กลุ่ม นักเรียนบุก กลุ่มไพร่พล ร่วมกับ กลุ่มเด็กปากแจ๋ว นำโดย เบญจมาภรณ์ นิวาส จัดกิจกรรม “บุกกระทรวงทวงวัคซีน” ซึ่งมีการแสดงเชิงสัญลักษณ์และเตรียมหนังสือที่จะอ่านแถลงการณ์และยื่นต่อ อนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยนัดรวมตัวหน้าตึกสำนักงานประกันสังคม กระทรวงสาธารณสุขในเวลา 10.00 น. เตรียมเดินขบวนเพื่อจะเคลื่อนไปที่หน้าตึกสำนักงาน รัฐมนตรี กำหนดสิ้นสุดกิจกรรมสิ้นสุดเวลาประมาณ 11.30 น. โดยมีการใช้ผ้าห่อเป็นรูปร่างคล้ายศพ และดอกไม้จันทน์ เป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์สื่อถึงผู้ที่เสียชีวิตจาก โควิด-19 ด้วย

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี ประมาณ 20 นาย ดูแลความสงบเรียบร้อยและสกัดขบวนของกลุ่มนักเรียน ไม่ให้เคลื่อนจากด้านหน้าสำนักงานประกันสังคมไปยังตึกกระทรวงสาธารณสุข

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ออกมาชี้แจงถึงแผนการจัดหาและแจกจ่ายวัคซีนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่สามารถให้ขบวนของกลุ่มนักเรียนเครื่องเข้าในพื้นที่ราชการได้

โดยกลุ่มนักเรียน พยายามเจรจาแต่ไม่สำเร็จ จึงเกิดความไม่พอใจ และสลับกันชี้แจงเหตุผล พร้อมโจมตีการทำงานของข้าราชการทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมือง โดยเฉพาะแผนการจัดการปัญหา covid ที่ล้มเหลว ทำให้ประชาชนเสียชีวิตรายวัน มีการเทสีแดงใส่ผ้าห่อคล้ายศพ

เผยภาพ ดาวเทียม เหนือโรงงานกิ่งแก้ว เคยตั้งโดดเดี่ยวกลางทุ่งนาก่อนกลายเป็นชุมชน

เผยภาพดาวเทียม เหนือโรงงานกิ่งแก้ว เคยตั้งโดดเดี่ยวกลางทุ่งนาก่อนกลายเป็นชุมชน

เว็บไซต์กูเกิล เอิร์ธ เอนจิน เผยแพร่ภาพถ่าย ดาวเทียม เหนือพื้นที่รอบโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกของบริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปี 2563 พบว่าแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่เกษตรกรรม โดยมีโรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวตั้งแต่ปี 2533 ก่อนกลายเป็นแหล่งที่ตั้งบ้านจัดสรรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ภาพถ่าย ดาวเทียม เมื่อปี 2532 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มก่อสร้างโรงงาน พบว่าริมถนนกิ่งแก้ว หรือทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3256 มีเพียงบ้านเรือนประชาชนตั้งอยู่ไม่กี่หลังริม 2 ฝั่งถนนเท่านั้น ส่วนโรงงานแห่งนี้ตั้งเข้ามาในซอยกิ่งแก้ว 21

แม้พื้นที่ดังกล่าวเริ่มมีคนมาอยู่มากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก จนกระทั่งสนามบินสุวรรณภูมิสร้างเสร็จเมื่อปี 2549 พื้นที่โดยรอบเริ่มเปลี่ยนจากที่นากลายเป็นพื้นที่ที่มีดินมาถมเพื่อรอก่อสร้างเป็นหมู่บ้านจัดสรร

ต่อมาเมื่อประมาณปี 2555-2558 พบว่าพื้นที่ดังกล่าวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หมู่บ้านจัดสรรมาตั้งมากขึ้น และพื้นที่ดังกล่าวจากที่เคยเป็นเพียงทุ่งนาและชุมชนของคนดั้งเดิม ก็กลายเป็นชุมชนที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากในที่สุด

โรงงานมาก่อนผังเมือง-บังคับใช้กฎหมายไม่ได้
แหล่งข่าวระดับสูงในสำนักโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรปราการ เผยเมื่อวันอังคาร (6 ก.ค.64) ว่า ผังเมืองรวมสมุทรปราการที่เก่าที่สุด คือฉบับเมื่อปี 2537 กำหนดให้พื้นที่รอบโรงงานนี้ ที่ตั้งอยู่ที่ ทางเหนือของ ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ฝั่งตะวันตกของสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง (สีส้ม) ซึ่งไม่อนุญาตให้ตั้งโรงงานทุกประเภท ยกเว้นโรงแรมและธุรกิจในครัวเรือน

แหล่งข่าวรายนี้กล่าวต่อไปว่า กฎหมายดังกล่าวนำมาบังคับใช้กับโรงงานนี้ไม่ได้ เพราะโรงงานนี้เข้ามาประกอบกิจการตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งก็คือก่อนออกผังเมือง และกฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง

ต่อมาเมื่อปี 2544 ผังเมืองรวมสมุทรปราการปรับพื้นที่ให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่พาณิชยกรรม (สีแดง) แบบพิเศษ แหล่งข่าวรายนี้อธิบายว่า การปรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดงพิเศษมีเจตนาให้รองรับต่อธุรกิจที่จะเติบโตจากสนามบินสุวรรณภูมิที่มีแนวโน้มจะสร้างเสร็จอีกไม่กี่ปีต่อจากนั้น อย่างเช่น ภาคโลจิสติกส์ โรงแรม แต่ก็ยังไม่อนุญาตให้โรงงานที่มีสารพิษอันตรายเช่นนั้นมาตั้งอยู่ แต่ก็นำกฎหมายมาบังคับใช้ไม่ได้เพราะเป็นโรงงานที่มาตั้งอยู่ตั้งแต่ก่อนมีผังเมือง

ไฟไหม้เซตซีโร่ ถึงคราวเปลี่ยนแปลง
แหล่งข่าวรายนี้ เผยว่า การปรับเป็นพื้นที่สีแดงนั้น อนุญาตให้หมู่บ้านจัดสรรมาตั้งในพื้นที่ดังกล่าวได้ เพียงแต่ว่าอาจต้องดูในข้อกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น กฎหมายควบคุมอาคาร และกฎหมายโรงงาน ที่กำหนดไม่ให้โรงงานตั้งใกล้กับวัด โรงเรียน หรือชุมชน เกิน 100 เมตร

แหล่งข่าวรายนี้ บอกอีกว่า เหตุการณ์ระเบิดและไฟไหม้ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันจันทร์ (5 ก.ค.64) ต่อเนื่องมาจนถึงเช้าวันอังคาร (6 ก.ค.) เป็นจุดที่กฎหมายผังเมืองจะนำมาบังคับใช้ เพราะทำให้โรงงานแห่งนี้สร้างขึ้นมาใหม่จากศูนย์ไม่ได้อีกแล้ว ทางเลือกหนึ่งคือถ้าหากไม่ปรับเปลี่ยนธุรกิจให้เป็นไปตามผังเมือง ก็อาจต้องหาทำเลที่ตั้งใหม่ให้สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน

รมว.คมนาคม สั่งตรวจสอบด่วน! นักท่องเที่ยวโพสต์ค่าโดยสารภูเก็ตแพง

รมว.คมนาคม สั่งตรวจสอบด่วน! นักท่องเที่ยวโพสต์ค่าโดยสารภูเก็ตแพง

รมว.คมนาคม จากกรณี นายโทมัส นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรายหนึ่ง ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Phuket Sandbox ว่า โรงแรมเรียกเก็บค่าบริการรับส่งจากสนามบินไปป่าตอง เป็นเงิน 900 บาท ทำให้มีนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก

เมื่อวานนี้ (4 มิ.ย. 64) นายณัฐธกรณ์ เรืองโรจน์ อุปนายกสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพภูเก็ต ได้โพสต์ข้อความของนักท่องเที่ยวดังกล่าวพร้อมเขียนข้อความว่า

“#ปัญหาเดิมๆ​ #ปัญหาคลาสิค

เบาได้​ เบาครับ…

ท่านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวทุกประเภท

นักท่องเที่ยว​ ชุดแรกๆ​ คือ​ นางเอก-พระเอก

หนังโฆษณาการท่องเที่ยวภูเก็ต

แบบต้องจ่ายเงินให้เรานะครับ

แท็กซี่แพงไป ใครจะช่วยเราล่ะ…

#อย่าเสียชื่อเสียงด้วยเรื่องเดิมๆอีกเลย”

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์เป็นที่วิจารณ์อย่างแพร่หลาย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดำเนินการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน กรมการขนส่งทางบกจึงได้มอบหมายให้สำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ตตรวจสอบและดำเนินการแล้ว ได้รับรายงานว่า

นักท่องเที่ยวรายนี้ยังไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทย แต่มีกำหนดการเดินทางเข้ามาในวันที่ 14 ก.ค.64 พักที่โรงแรม Holliday in express ป่าตอง โดยเคยมาพักที่โรงแรมนี้หลายครั้งแล้ว
ค่าโดยสาร 900 บาท เป็นราคาในอดีตที่ทางโรงแรมเคยคิดค่าบริการ แต่ปัจจุบันโรงแรมได้ปรับลดราคาเหลือ 600-700 บาทแล้ว
ปัจจุบัน รถยนต์บริการ (ป้ายเขียว) ไม่มีกฎหมายกำหนดราคาไว้ แต่จากการตรวจสอบค่าโดยสารรถยนต์บริการที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต มีการตั้งค่าโดยสารจากสนามบิน ไปป่าตองในราคา 800 บาท มี 2 ราย คือ บริษัท ภูเก็ตไม้ขาวสาคู จำกัด ลดราคา 20% (= 640 บาท) มาตั้งแต่กลางปี 63 เป็นต้นมา ส่วนสหกรณ์บริการรถยนต์บริการธุรกิจภูเก็ตจำกัด ได้ประสานขอความร่วมมือให้ลดราคาลงในทำนองเดียวกัน ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสหกรณ์ในวันที่ 5 ก.ค.64 และคาดว่าน่าจะได้รับการตอบสนองในด้านบวกเพื่อเป็นภาพลักษณ์ที่ดีของ Phuket Sandbox

นอกจากนั้น ทางกรมการขนส่งยังได้รายงานอีกว่า ปัจจุบันรถยนต์บริการ (รถป้ายเขียว) สามารถเรียกใช้บริการได้ทางแอปพลิเคชัน Hello Phuket โดยมีรถยนต์บริการที่ลงทะเบียนใช้งานกับแอปพลิเคชันนี้ ประมาณ 675 คัน และคิดราคาค่าโดยสารเท่ากับอัตรารถแท็กซี่มิเตอร์ ตามที่กระทรวงคมนาคมประกาศกำหนด

โคราชนิวไฮ! ทุบสถิติติดเชื้อวันเดียว 77 ราย จ่อเปิด รพ.สนาม

โคราชนิวไฮ! ทุบสถิติติดเชื้อวันเดียว 77 ราย จ่อเปิด รพ.สนาม หลัง รพ.มหาราชส่อไม่เหลือเตียง

โคราชนิวไฮ! นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ ของ จ.นครราชสีมาว่า วันนี้พบผู้ป่วยรายใหม่ 77 ราย เป็นสถิติผู้ป่วยรายวันสูงที่สุดของจังหวัดนครราชสีมา โดยพบในเขต อ.เมือง 16 ราย อ.ปากช่อง 13 ราย อ.โนนสูง 7 ราย อ.บัวใหญ่ 7 ราย อ.โชคชัย 6 ราย อ.สีคิ้ว 6 ราย อ.ประทาย 5 ราย อ.โนนไทย 3 ราย อ.คง 2 ราย อ.ครบุรี 2 ราย อ.ด่านขุนทด 2 ราย อ.พระทองคำ 2 ราย อ.ขามทะเลสอ 1 ราย อ.ขามสะแกแสง 1 รายอ.เฉลิมพระเกียรติ 1 ราย อ.ชุมพวง 1 ราย อ.ปักธงชัย 1 ราย อ.พิมาย 1 ราย

โคราชนิวไฮ! พร้อมทั้งมีรายงานจากศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด 19 จังหวัดนครราชสีมาพบว่ามีผู้สัมผัสผู้ป่วย 33 รายเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงจาก กทม. 23 ราย จ.สมุทรปราการ 10 ราย จ.ปทุมธานี 3 ราย จ.นนทบุรี 2 ราย จ.นครปฐม 1 ราย จ.ตราด 1 ราย จ.ระยอง 1 ราย และผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง จ.สระบุรี 1 ราย ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน 2 ราย

ด้าน นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการภารกิจด้านอำนวยการ โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ให้การรักษาผู้ป่วย 365 ราย โดยมีจำนวน 75 ราย ภูมิลำเนาเป็นชาวโคราช ที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง และมีผลยืนยันติดเชื้อ ขอเข้ามารับการรักษาตัวใน รพ.มหาราช

บุคลากรได้ช่วยกันปรับพื้นที่หอผู้ป่วยอายุรกรรม ชั้น 7-8-9 อาคารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สามารถขยายเตียงผู้ป่วยเพิ่ม 24 เตียง แต่ยังมีผู้ป่วยทยอยเดินทางมาและโรงพยาบาลประจำอำเภอได้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่มีอาการปอดอักเสบเข้ามารักษาต่อ เนื่องจากมีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางและเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย ล่าสุดเหลือจำนวน 18 เตียง

กรณีผู้ป่วยเต็มพื้นที่ได้ประสาน รพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) นครราชสีมา และ รพ.เทพรัตน์นครราชสีมา ซึ่งมีศักยภาพสามารถรับผู้ป่วยได้รวมทั้งมติของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ได้พิจารณาให้ใช้พื้นที่อาคารชาติชายฮอลล์ ภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นครราชสีมา จัดตั้งเป็นโรงพยาบาลสนาม 100 เตียง ขณะนี้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เตรียมพร้อมสถานที่แล้ว