นักอนุรักษ์ลุกฮือ หลัง “หมีสีน้ำตาล” ถูกตัดสินประหารชีวิต ข้อหาทำร้ายนักเดินป่า

หมีสีน้ำตาล ในอิตาลีถูกตัดสินประหารชีวิต หลังจากโจมตีนักเดินป่าจนบาดเจ็บ กลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน จี้ รัฐบาลทบทวน

สื่อต่างประเทศรายงานข่าวที่น่าสนใจ ระบุว่า กลุ่มนักอนุรักษ์ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้าน หลังหมีพันธุ์สีน้ำตาลตัวหนึ่งถุกตัดสินประหารชีวิต เนื่องจากไปทำร้ายนักเดินป่าจนได้รับบาดเจ็บ

กลุ่มสิทธิสัตว์ในอิตาลีเรียกร้องให้ทางการยกเลิกโทษประหารชีวิตสำหรับหมีสีน้ำตาลที่ทำร้ายพ่อและลูกชายเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบนเส้นทางเดินป่าในเขตทางตอนเหนือของ Trentino

โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ Fabio Misseroni วัย 59 ปี และบุตรชาย Christian Misseroni วัย 28 ปี กำลังเดินป่าบนเส้นทางในภูเขา Peller

Christian เล่าว่า อยู่ดีๆ หมีได้โผล่ออกมา และกัดที่หัวเข่าของเขา ขณะที่ Fabio ผู้เป็นพ่อได้พยายามช่วย โดยกระโดดขึ้นขี่หลังหมี เพื่อให้เขาได้หลบหนี หลังจากนั้นหมีได้พุ่งเป้าไปทำร้ายพ่อของเขาแทน Christian ใช้วิธีกระโดดและตบมือเสียงดัง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ จนเจ้าหมีตกใจและหายกลับเข้าไปในป่า ขณะที่ Fabio รอดชีวิต แต่บาดเจ็บกระดูกขาหัก 3 จุด จากการโจมตีดังกล่าว

หลังจากเหตุการณ์ Maurizio Fugatti ผู้ว่าการรัฐ Trentino ได้ลงนามในคำสั่งอนุญาตให้จับและฆ่าหมีตัวนั้นทันที ซึ่งเจ้าหน้าที่พยายามรวมรวมดีเอ็นเอจากน้ำลาย ขน เล็บ ที่ทิ้งไว้จากบาดแผลของการกัด และบนเสื้อผ้าของพ่อและลูกชาย

อ่านต่อ

ยอดป่วยโควิด-19 ทั่วโลก ทะลุ 12 ล้านคน สหรัฐ วันเดียวเกิน 6 หมื่นคน

สหรัฐ รายงานสถานการณ์โรค โควิด-19 ประจำวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 เวลาประมาณ 07.06 น. ตามเวลาประเทศไทย ทั่วโลกพบมีผู้ป่วยติดเชื้อแล้วกว่า 215 ประเทศ รวม 12,154,983 ราย เพิ่มขึ้น 213,387 ราย เสียชีวิต 551,173 ราย เพิ่มขึ้น 5,522 ราย รักษาหาย 7,023,740 ราย

โดยประเทศที่มีผู้ติดเชื้อมากสุด 10 อันดับได้แก่

1. ประเทศ สหรัฐ อเมริกา มีผู้ติดเชื้อ 3,158,417 ราย เพิ่มขึ้น 61,333 ราย เสียชีวิต 134,848 ราย เพิ่มขึ้น 876 ราย รักษาหาย 1,391,169 ราย

2. ประเทศบราซิล มีผู้ติดเชื้อ 1,716,196 ราย เพิ่มขึ้น 41,541 ราย เสียชีวิต 68,055 ราย เพิ่มขึ้น 1,187 ราย รักษาหาย 1,117,922 ราย

3. ประเทศอินเดีย มีผู้ติดเชื้อ 769,052 ราย เพิ่มขึ้น 25,571 ราย เสียชีวิต 21,144 ราย เพิ่มขึ้น 491 ราย รักษาหาย 476,554 ราย

4.ประเทศรัสเซีย มีผู้ติดเชื้อ 700,792 ราย เพิ่มขึ้น 6,562 ราย เสียชีวิต 10,667 ราย เพิ่มขึ้น 173 ราย รักษาหาย 472,511 ราย

5. ประเทศเปรู มีผู้ติดเชื้อ 312,911 ราย เพิ่มขึ้น 3,633 ราย เสียชีวิต 11,133 ราย เพิ่มขึ้น 181 ราย รักษาหาย 204,748 ราย

6. ประเทศชิลี มีผู้ติดเชื้อ 303,083 ราย เพิ่มขึ้น 2,064 ราย เสียชีวิต 6,573 ราย เพิ่มขึ้น 139 ราย รักษาหาย 271,703 ราย

อ่านต่อ

หัวหน้าหน่วย ราชการ แจ้งจับชาวบ้านเก็บเห็ด ตำรวจ ขอให้ไกล่เกลี่ย แต่อีกฝ่ายไม่ยอม

หัวหน้าหน่วย ราชการ สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ แจ้งตำรวจจับกุมชาวบ้านหาเก็บเห็ด ตำรวจ อำเภอไกล่เกลี่ยแล้วไม่เป็นผล ยืนยันให้ดำเนินคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 21.50 น.วันที่ 8 กรกฎาคม 63 พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมือง จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วย พ.ต.ท. ธานินทร์ อินทร์กอง รอง ผกก. (สอบสวน) และ ร.ต.อ. ธีระศักดิ์ แก้วคำ พงส.ร่วมกัน สอบปากคำ น.ส.ทัศศอร อายุ 36 ปี, นางปราณี อายุ 63 ปี และนางบุญมี อายุ 59 ปี ทั้งหมดอยู่หมู่บ้านและตำบลเดียวกัน ซึ่งถูก นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจหัวหน้าหน่วย ราชการ สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาบุกรุกในพื้นที่สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ ลักลอบเก็บเห็ด โดยไม่ได้รับอนุญาต

เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 63 เวลา 11.00 น. ซึ่งหัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้ ได้แจ้งให้ตำรวจสายตรวจจับกุมชาวบ้านทั้งสามคนไว้ตั้งแต่ตอนเกิดเหตุ หลังจากที่ตำรวจนำตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนมาที่สถานีตำรวจแล้ว มี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ และผู้แทนนายอำเภอเมืองศรีสะเกษ ได้พยายามไกล่เกลี่ยขอร้องไม่ให้ดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา แต่นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ ไม่ยินยอม ได้ทำเป็นหนังสือราชการแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสาม

พ.ต.อ. เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นชาวบ้านจากอำเภอน้ำเกลี้ยง ไม่ใช่คนในอำเภอเมือง ซึ่งต้องเดินทางไกลมาหาเก็บเห็ดป่าเพื่อนำไปประกอบอาหาร เห็ดที่ผู้ถูกกล่าวหาเก็บมาชาวบ้านเรียกว่าเห็ดขมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนให้การว่า เห็ดที่พบอยู่ในตะกล้าของทั้งสามคนนั้นมีเพียงเล็กน้อยและเก็บมาจากป่าที่อื่น ที่เกิดเหตุเพิ่งมาถึง ลงจากรถก็เดินเข้าไปเพราะเห็นว่ามีต้นไม้ยูคาลิปตัสขึ้นอยู่จำนวนมาก และเห็ดขมชอบขึ้นตามโคนต้นยูคาลิปตัส

อ่านต่อ

แม่ใจสลาย ลูกสาวจากบ้านมาเรียนมหาวิทยาลัยได้แค่ 2 วัน ถูกรถชนอาการโคม่า

แม่ใจสลาย นางพิลัยพร แสนศรีเชาว์พันธ์ อายุ 39 ปี ชาว ต.ป่ากลาง อ.ปัว จ.น่าน มารดาของ น.ส.อรจิรา แสนศรีเชาว์พันธ์ หรือ น้องอร อายุ 19 ปี ซึ่งได้มาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ แต่ต้องมาประสบอุบัติเหตุ หลังมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้เพียง 2 วัน อาการโคม่า วอนคู่กรณีช่วยเหลือ

แม่ของน้องอร เล่าว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา ขณะลูกสาวขี่จักรยานยนต์บนถนนเชียงใหม่-พร้าว ได้มีรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ชนจนจักรยานยนต์ล้มและได้ถูกรถกระบะที่ขับตามมาอีกคันทับจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องเข้ารักษาตัวที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเทพปัญญา ก่อนถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลพุ่งสูงไปเกือบ 300,000 บาท ล่าสุดยังอยู่ในอาการโคม่า ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ตอนนี้ครอบครัวเดือดร้อนในเรื่องค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ในส่วนของคดีก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับทางคู่กรณีแต่อย่างใด ทำให้ทางญาติและผู้ปกครองต้องขอความเห็นใจและความช่วยเหลือ เนื่องจากครอบครัวก็มีฐานะยากจนจึงไม่รู้ว่าจะนำเงินที่ไหนมาเป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย

แม่น้องอร บอกว่า อุบัติเหตุทำให้ลูกสาวกระดูกหักและแตกหลายจุด ทั้งบริเวณต้นคอและสันหลัง รวมไปถึงช่วงล่างของน้องตอนนี้ก็ไม่รู้สึกอะไรเลย โดยขณะนี้น้องฟื้นแล้วแต่ยังคงต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ และในส่วนของค่าใช้จ่ายนั้นก่อนหน้านี้ได้มีการเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเทพปัญญา ซึ่งขณะนั้นได้เข้ารักษาตัวแบบฉุกเฉิน 72 ชั่วโมง มีค่ารักษาและค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 200,000 กว่าบาท ซึ่งตนกับครอบครัวได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลเนื่องจากมีฐานะยากจนไม่สามารถหาเงินมาจ่ายค่ารักษาได้ทันที จึงได้มีการส่งตัวน้องเพื่อย้ายมาโรงพยาบาลของรัฐ และใช้สิทธิ์บัตรทอง

ส่วนคู่กรณีหลังเกิดเหตุวันแรกที่ตนเองมาถึงก็พบว่าไม่มีคู่กรณีมาเยี่ยม จนทำให้ต้องโทรศัพท์ไปหา ซึ่งในเรื่องของคดีใครผิด ใครถูกก็ค่อยว่ากัน แต่ในตอนนี้ก็อยากให้คู่กรณีมาเยียวยาช่วยเหลือลูกสาวของตนบ้าง เนื่องจากทางครอบครัวก็เดือดร้อน มีรายได้ไม่มากจากอาชีพกรีดยาง ที่ผ่านมาลูกสาวคนนี้ถือเป็นเสาหลักของครอบครัว เหตุการณ์นี้อาจทำให้น้องต้องหมดอนาคตสูญเสียความฝันที่ตั้งใจไว้ เพราะโอกาสที่น้องจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมนั้นมีน้อยมาก

อ่านต่อ

กลัวที่ไหน! ชาวสหรัฐแห่เที่ยวฉลองวันชาติ แม้ยอดผู้ติดเชื้อโควิดยังพุ่งไม่หยุด

กลัวที่ไหน จำนวนผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 45,300 ราย ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันประกาศอิสรภาพ หรือวันชาติอเมริกา ตรงกับวันที่ 4 กรกฎาคม 63 ทำให้ขณะนี้สหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 2.85 ล้านคน ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอนส์ ฮอพกินส์

ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันดังกล่าวถือว่าลดลงจากระดับมากกว่า 50,000 รายต่อวัน ในช่วงสามวันที่ผ่านมา แต่บรรดาผู้เชี่ยวชาญเกรงว่า งานฉลองเนื่องในวันชาติอเมริกานี้จะทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมหลังจากนี้

รัฐฟลอริดารายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นสถิติใหม่ คือ 11,500 รายในวันเสาร์ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่สูงกว่าวันละ 10,000 รายสามวันติดต่อกันแล้ว โดยทางการรัฐฟลอริดาได้สั่งปิดบาร์และชายหาดหลายแห่งในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการระบาด

รัฐเท็กซัสคืออีกรัฐหนึ่งที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นสถิติใหม่ในวันเสาร์ ด้วยตัวเลขมากกว่า 8,200 ราย และจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้นเป็นสถิติใหม่เช่นกัน โดยรัฐเท็กซัสได้บังคับให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากในที่สาธารณะตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา

ส่วนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ผู้ว่าการรัฐ เกวิน นิวซัม สั่งให้ปิดบาร์และกิจกรรมในร่มต่าง ๆ

อ่านต่อ

 

ผู้ต้องหาฉวยโอกาสเบิกตัวจากห้องขัง วิ่งหนีจากโรงพัก แฟนสาวจอดรถรอรับหนีเข้ากลีบเมฆ

วิ่งหนีจากโรงพัก เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 6 กรกฎาคม 63 พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.บ้านเดื่อ อ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งว่ามีผู้ต้องขังหลบหนีออกจากการควบคุมภายใน สภ.บ้านเดื่อ จึงได้ทำการตรวจสอบ พบว่า ผู้ต้องขังรายนี้คือนายธีรภัทร ร่างกาย อายุ 37 ปี ชาว จ.หนองคาย

พ.ต.อ.เตชรัฐ ประทุมชาติ ผกก.สภ.บ้านเดื่อ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 63 ทหารกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ได้ทำการจับกุม นายธีรภัทร ในข้อหามียาเสพติด 2,029 เม็ด ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย แล้วคุมตัวมาส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านเดื่อ เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 63 โดยระหว่างนี้ได้นำตัวเข้าห้องควบคุมภายใน สภ.บ้านเดื่อไว้ก่อน

จนเมื่อเช้าวันนี้ พนักงานสอบสวนได้สั่งให้สิบเวรห้องควบคุม นำตัวนายธีรภัทร มาให้สอบปากคำ ระหว่างนั้นได้มีนางสาวบุษกร อายุ 19 ปี แฟนสาวของนายธีรภัทรมาเยี่ยมที่ห้องควบคุม ซึ่งอยู่ในช่วงอนุญาตให้เยี่ยมตามปกติ คือ 09.00 – 10.00 น. เมื่อสิบเวรห้องควบคุมไปทำการคุมตัวนายธีรภัทรออกจากห้องขัง แต่เห็นว่าห้องขังกับห้องสอบสวนอยู่ไม่ไกลจึงไม่ได้ใส่กุญแจมือ แล้วคุมนายธีรภัทรไปยังห้องสอบปากคำ แต่ระหว่างที่พนักงานสอบสวนกำลังจัดเตรียมมเอกสารอยู่ นายธีรภัทรได้วิ่งออกจากห้องแล้วลงบันไดหน้า สภ. ไปขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ที่นางสาวบุษกร สตาร์ทเครื่องรออยู่ด้านหน้า สภ.หลบหนีไป

อ่านต่อ

หนุ่มบ็อกเซอร์หื่น บุกขืนใจพยาบาล เจอ 2 ข้อหาหนัก คุมตัวทำแผนพรุ่งนี้

หนุ่มบ็อกเซอร์หื่น วันนี้(6 กรกฎาคม 63) ที่ สภ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.ชาญศักดิ์ สุนทะโรจน์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ภูผาม่าน ทำการสอบสวน นายสมชาติ ผู้ต้องหาในคดีก่อเหตุพยายามข่มขืนพยาบาลสาว ในตึกผู้ป่วยในในโรงพยาบาลภูผาม่าน จ.ขอนแก่น เหตุเกิดเมื่อเช้าของวันที่ 5 กรกฎาคม 63 ที่ผ่านมาภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแกะรอยจากกล้องวงจรปิดพบเส้นทางเข้ามาก่อเหตุ และหลบหนีโดยรถจักรยานยนต์ กระทั่งทำการจับกุมได้ในเวลา 11.00 น. วันนี้โดยขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการเร่งสอบปากคำผู้ต้องหา

เบื้องต้นให้การรับสารภาพเนื่องจากจำนนต่อหลักฐานที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนได้มา ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด พยานที่พบเห็นขณะผู้ต้องหาขับรถจักรยานยนต์หลบหนีด้วยชุดที่ก่อเหตุ พร้อมทั้งได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ บุกรุกเคหะสถาน สถานที่ราชการ และข้อหาอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้าย ส่วนมูลเหตุจูงใจที่ก่อเหตุนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ขอเปิดเผยซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหาอย่างละเอียด โดยในวันพรุ่งนี้จะคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามขั้นตอนก่อนคุมตัวส่งฟ้องศาลฝากขังผัดแรกที่ศาล จ.ชุมแพต่อไป

อ่านต่อ

ครูชายแชตฉาว คุกคามนักเรียนชาย อ้างพิมพ์เข้าไปในแอปหาคู่ มารู้ทีหลังว่าเป็นลูกศิษย์

ครูชายแชตฉาว เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้” และเฟซบุ๊ก “กลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท” ได้โพสต์ภาพข้อความที่อ้างว่า เป็นครูชายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ แชตข้อความถึงลูกศิษย์ชายในทำนองเชิงลามกอนาจาร คุกคามทางเพศ มีทั้งการใช้คำเรียกนักเรียนที่ไม่เหมาะสม การใช้วาจากับนักเรียนที่ผิดจรรยาบรรณครูอย่างชัดเจน ไปจนถึงการคุกคามที่รุนแรง อย่างการทักไปหานักเรียนว่า “น่า…จริง ๆ” หรือถามว่า “ช่วยตัวเองอยู่หรือเปล่า” และครูคนดังกล่าวยังมีการขู่จะปรับตกเมื่อนักเรียนไม่ยอมทำตามที่ต้องการอีกด้วย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่โรงเรียนดังกล่าว ปรากฏว่าอยู่ในช่วงปิดวันหยุดยาวต่อเนื่อง มีเพียงครูที่มาเข้าเวรแต่ไม่ขอให้ข้อมูลใดๆ

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามครูที่ถูกกล่าวหา ยอมรับว่าเป็นผู้ส่งข้อความดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชน เนื่องจากต้องรอปรึกษาและคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาเสียก่อน แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้มีเจตนาที่จะคุกคามทางเพศเด็กแต่อย่างไร โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือน พฤษภาคม 2562 โดยตอนนั้นตนเข้าไปในแอปฯ หาคู่เกย์ และมีภาพสมาชิกในกลุ่มขึ้นว่าอยู่ใกล้ๆกัน จึงได้พิมพ์ไปว่า “น่า..จังเลย” ซึ่งในกลุ่มสมาชิกหากโพสต์ไปแล้วก็จะดูว่ามีการตอบรับอะไรกันหรือเปล่า แต่ปรากฏว่าในรายของตน ยังไม่มีการตอบรับ จึงได้เข้าไปดูอีกครั้งก็พบว่า เป็นลูกศิษย์ตนเอง ตนจึงทักไปอีกเพื่อที่จะเตือนว่านักเรียนไม่ควรเข้ามาเล่นในกลุ่มนี้เพราะยังเด็ก แต่นักเรียนคนดังกล่าวก็ไม่อ่านหรือตอบกลับมาเลย ซึ่งตนก็ลืมไปแล้ว กระทั่งมีคนนำแชตดังกล่าวมาโพสต์ในโซเชียล

อ่านต่อ

ไทยมีผู้ติดเชื้อ โควิด-19 เพิ่ม 5 ราย กลับจากคูเวต รวมป่วยสะสม 3,195 ราย

เพิ่ม 5 ราย วันนี้ (6 กรกฎาคม 63) เมื่อเวลา 11.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ ว่า

พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,195 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม คงที่ 58 ราย รวมหายป่วยแล้ว 3,072 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 65 คน ทำให้ไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลา 42 วัน

สำหรับรายละเอียดของผู้ป่วย 5 ราย เป็นผู้ป่วยที่เดินทางกลับมาจากประเทศคูเวต และเข้าสู่ State Quarantine หรือ สถานที่ควบคุมโรคที่ภาครัฐจัดตั้งขึ้น

อ่านต่อ

เด็กชาย 6 ขวบหายตัวท้ายสวน ก่อนพบเป็นศพ สุดแปลกเจอหุ่นนางรำโดนหักคอ

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 63 เด็กชาย 6 ขวบหายตัวท้ายสวน ศูนย์วิทยุกู้ภัย สมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จ.จันทบุรี รับแจ้งจากนายฉัตรชัย ผลพฤกษา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ขอสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาร่วมกับชาวบ้าน เพื่อช่วยกันออกตามหา น้องกานต์ เด็กชาย วัย 6 ขวบ ที่หายออกจากบ้านนาน 2 วัน เหตุเกิดบริเวณบ้านพัก ม.2 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมืองจันทบุรี หลังรับแจ้งได้ประสานไปยังศูนย์วิทยุ สภ.เมืองจันทบุรี ขอกำลังตำรวจสืบสวน ร่วมเดินทางตรวจสอบ และช่วยค้นหาเด็กที่สูญหาย

สำหรับการออกค้น น้องกานต์ ทางตำรวจ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้านละแวกใกล้เคียง แบ่งกลุ่มแยกย้ายกัน เดินออกตามหาบริเวณโดยรอบสวนผลไม้ของชาวบ้านในรัศมี 1 กม. แต่ไม่พบ

ต่อมามีกลุ่มที่ออกตามหาเดินมาถึงบริเวณศาลพระภูมิของชาวบ้าน ตั้งอยู่กลางสวนผลไม้ ห่างจากบ้านของน้องกานต์ มาประมาณ 200 เมตร ได้พบเบาะแสสำคัญ เมื่อพบตุ๊กตามดตะนอยสีดำ ซึ่งเป็นของลูกสาวน.ส.จันทนา ผู้เป็นอา ซึ่งน้องกานต์ ถือติดตัวมาด้วยในวันที่หายออกจากบ้าน วางอยู่บนหน้าศาลพระภูมิ พบว่ามีรูปปั้นนางรำ 5-6 ตัว อยู่ในสภาพถูกจับหักหัว วางเรียงกันอยู่บนพื้นปูน ใต้ศาลพระภูมิ

อ่านต่อ