ศบค.เผยวันนี้พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 4 ราย เดินทางมาจากต่างประเทศทั้งหมด

ศบค.ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รายงานถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ว่า

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ (25 พฤศจิกายน 63) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 4 ราย

ผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้า State Quarantine ดังนี้

  • อินเดีย 1 ราย
  • โมซัมบิก 1 ราย
  • ฟิลิปปินส์ 1 ราย
  • รัสเซีย 1 ราย

ส่งผลให้ผู้ป่วยติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 3,926 ราย หายป่วยแล้ว 3,780 ราย โดยยังมีผู้ป่วยที่รักษาอาการอยู่ 86 คน ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม มีผู้เสียชีวิตรวม 60 ราย

สนับสนุนโดย ufabet24

วิญญาณ “เสี่ยเต้ย” สุดเฮี้ยน! ชกซี่โครงพี่ชายหลายครั้ง ขณะงีบหลับบนโซฟาตัวโปรด

พี่ชาย “เสี่ยเต้ย” เล่านาทีขนลุกขณะงีบหลับบนโซฟา ถูกวิญญาณน้องชายอำจนตื่น ด้าน สาวคนสนิทเผยลางสังหรณ์ นกแสกบินชนรถอย่างแรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (24 พฤศจิกายน 63)  ที่บ้านหลังหนึ่ง ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี เป็นที่จัดงานศพ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 41 ปี หรือ เสี่ยเต้ย อดีตสามี นางวรรณลี ปัญญาใส อายุ 48 ปี หรือ เจ๊อ๋อ 90 ล้าน ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 5 ที่บรรยากาศเป็นไปด้วยเรียบง่าย และมีเสียงเพลงจากรถเครื่องขยายเสียงที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านเปิดเพลงของ ก๊อท จักรพันธ์ นักร้องเพลงลูกทุ่งลูกครึ่งชื่อดังหน้าตาฝรั่ง ที่เมื่อครั้งเสี่ยเต้ยยังมีชีวิตจะชอบฟังและร้องมากว่านักร้องลุกทุ่งคนอื่นๆ โดยเฉพาะเพลงต้องมีสักวัน

ขณะที่ญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงที่รักใคร่ รวมทั้งคนในหมู่บ้าน ทยอยมาน่วมงานสวดอภิธรรมในคืนสุดท้าย ขณะที่แม่ครัวช่วยกันหุงหาอาหารไว้คอยเลี้ยงแขกและเจ้าภาพที่มาร่วมงาน และมีเรื่องชวนขนลุก วิญญาณเสี่ยเต้ยมาอำพี่ชายขณะนอนหลับอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นของเสี่ยเต้ย

นายสนอง สุรัญกุล พี่ชายของเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (23 พ.ย.) เวลาประมาณ 22.00 น. หลังจากพระสวดอภิธรรมแล้วเสร็จ แต่แขกที่มาร่วมงานยังพอมี ในขณะที่ตนรู้สึกอ่อนเพลีย จากการต้อนรับแขกและส่งแขกในงาน ได้เข้าไปนอนพักผ่อนบนโซฟาในห้องนั่งเล่นบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งเป็นที่น้องชายชอบมานอนพักผ่อนในช่วงกลางวันประจำทุกวัน

โดยตนนอนในลักษณะคว่ำหน้า และเผลอหลับไป แบบครึ่งหลับครึ่งตื่น รู้สึกเหมือนมีคนมาชกที่บริเวณชายโครงหลายครั้งจนสะดุ้งตื่น รู้สึกตัวอีกทีก็ไม่สามารถขยับเขยื่อนตัวได้ คล้ายกับโดนผีอำ ได้แต่ร้องบอกให้ไปๆ และพยายามดิ้นรนลุกขึ้น สักพักอาการดังกล่าวก็หายไป

พอได้สติก็มานั่งคิดทบทวนว่า ตนเองคงโดนวิญญาณน้องชายมาอำ หรือโดนผีอำ เพราะเป็นที่ของเขาใช้นอนอยู่เป็นประจำ และเชื่อว่าน้องชายคงหวงที่นอน และไม่รู้ว่าเป็นใครมาโซฟาของตนเอง เนื่องจากตนนอนคว่ำหน้า จากนั้นตนจึงมาจุดธูปหน้าโลงศพน้องชาย เพื่อบอกกล่าวว่าอย่าได้ห่วงหวงทรัพย์สินอะไรอีก และนอนหลับให้สบายอย่ามาเป็นทุกข์กับเรื่องนี้อีกเลย เพราะว่าน้องเป็นทุกข์มามากพอแล้ว

ส่วนเรื่องมรดกของน้องชาย ในฐานะผู้จัดการมรดก ไม่ว่าผลพินัยกรรมจะออกมาเป็นอย่างไร ตนและญาติพี่น้องก็จะยอมรับ และทำตามที่น้องได้ทำเก็บรักษาไว้ในตู้เซฟของธนาคาร

สนับสนุนโดย ufabet24

สถานการณ์ การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลกในปี 2020 ทำให้เห็นชัดมากขึ้น

สถานการณ์ การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ทั่วโลกในปี 2020 ทำให้เห็นชัดมากขึ้นว่าหากโลกปราศจากวิทยาศาสตร์จะเป็นอย่างไร เราจะมาพิจารณาถึงบทบาทของเทคโนโลยีที่ตอบสนองกับการแพร่ระบาดครั้งนี้ จากตัวอย่างของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างมาเลเซียและสิงคโปร์ที่ได้นำเทคโนโลยียุคใหม่เข้ามาใช้อย่างรวดเร็ว เช่น แอปพลิเคชันที่ติดตามผู้ติดเชื้อ และการให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแบบเสมือนจริง (Virtual health consultations) เพื่อเข้าถึงสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน

จากเรื่องที่กล่าวไปข้างต้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาสอดคล้องกันกับผลวิจัยของดัชนีชี้วัดทางวิทยาศาสตร์ประจำปีครั้งที่ 2 จัดทำขึ้นโดย 3เอ็ม (State of Science Index (SOSI) by 3M) ที่เรียกว่า Pandemic Pulse ในปี 2563 ในระหว่างกรกฎาคม – สิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการแพร่ระบาดมาเป็นเวลา 6 เดือน

สถานการณ์ จากผลการวิจัยหลังจากที่เกิดโควิด-19 89% ของผู้ตอบแบบสอบถามให้ความเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ 86% เชื่อมั่นในตัวนักวิทยาศาสตร์มากขึ้น และ 77% มีแนวโน้มที่เห็นตรงกันว่าวิทยาศาสตร์ต้องการเงินทุนที่สูงขึ้นเพื่อนำไปใช้วิจัยและพัฒนา ยิ่งไปกว่านั้น 92% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลกเชื่อว่าการดำเนินการใด ๆ ก็ตาม ควรต้องเป็นไปตามหลักของวิทยาศาสตร์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ข้อมูลดังกล่าวเป็นการชี้ให้เห็นว่าคนทั่วโลกยังเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ที่วิทยาศาสตร์ได้รับการยกย่องไปทั่วโลกและคนเห็นถึงความเกี่ยวพันของวิทยาศาตร์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันของเรา

วิทยาศาสตร์สร้างซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่

จากโลกที่เคยเริ่มกังขาในวิทยาศาสตร์มากขึ้น ดูเหมือนว่าจะพลิกกลับมาให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อีกครั้ง จากข้อมูลของ SOSI นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี พบว่ามีเพียง 28%* ที่คนไม่เชื่อในวิทยาศาสตร์ (ซึ่งลดลงถึง 7 คะแนน ในช่วงเวลาที่น้อยกว่าหนึ่งปี) เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ของ SOSI กับเทรนด์ที่โดดเด่นเช่นนี้

ผู้คนทั่วโลกเริ่มมุ่งหน้าหาบุคลากรทางการแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ในฐานะซุปเปอร์ฮีโร่คนใหม่ของสังคม ซึ่งรวมถึง 3 ฮีโร่ผู้กล้า อย่างผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ ได้แก่ ดร. โฟซี (Dr. Fauci) จากสหรัฐอเมริกา, ดร. แอชลีย์ บลูมฟิลด์ (Dr. Ashley Bloomfield) จากนิวซีแลนด์ และ ดร. นัวร์ ไฮเชม อับดุลลา (Dr. Noor Hisham Abdullah) จากมาเลเซีย ซึ่งพวกเขาเหล่านี้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ที่สวมชุม PPE แทนผ้าคลุมเท่ ๆ โดยมาพร้อมพลังพิเศษในการเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่ได้รับการสนับสนุนจากวิทยาศาสตร์

สนับสนุนโดย ufabet24

เปิดใจ สาวชูป้าย “หนูถูกครูอนาจาร” กลางม็อบนักเรียนเลว

เปิดมุมมองอีกด้าน ปัญหาการถูกล่วงละเมิดในโรงเรียน ผ่านสายตาของสาวชูป้าย “หนูถูกครูอนาจาร” โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” กลางม็อบนักเรียนเลว 21 พฤศจิกายน

หลังจากม็อบ 21 พฤศจิกายน ของนักเรียนเลว ที่ผ่านมา และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเป็นวงกว้าง เกี่ยวกับน้องนักศึกษาหญิงคนหนึ่งที่มีการถือป้ายระบุข้อความว่า “หนูถูกครูอนาจาร” โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย”

ล่าสุด วันนี้ (23 พ.ย.63) อีจันมีโอกาสได้พูดคุยกับน้องหมวย (นามสมมติ) วัย 20 ปี นักศึกษาชั้นปี 3 มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นและกำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในสังคมตอนนี้

โดยน้องหมวย ได้เปิดใจกับอีจันว่า ชีวิตวัยเด็กของตนก็เหมือนเด็กปกติทั่วไป พ่อแม่เลี้ยงแบบปกติ ครอบครัวมีความสุข ไม่มีอะไรพิเศษไปจากครอบครัวอื่นๆ

โดยก่อนหน้านี้ ตนก็เคยไปร่วมการชุมนุมมาบ้างประปราย ส่วนตัวมองว่า ม็อบนักเรียนเลว เป็นม็อบที่มีการจัดการที่ดี มีการขอพื้นที่การชุมนุมก่อน ซึ่งเป็นการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการหยิบยกประเด็นในสังคมมาพูดกันอย่างตรงไปตรงมา บางครั้งก็มีการเสียดสีอย่างมีนัยยะสำคัญ และขอชื่นชมน้องๆ ที่กล้าแสดงออกมากขนาดนี้

เมื่อถามถึงเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ ณ ขณะนี้ ว่าทำไมวันนั้น (21 พฤศจิกายน 63) น้องหมวยถึงเลือกที่จะออกมาบอกว่าตัวเองเคยถูกครูในโรงเรียนทำอนาจาร

น้องหมวย ตอบว่า จริงๆ แล้วตนมีการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาประมาณ 2 ปีเเล้ว ไม่ใช่เพิ่งเริ่มทำ แค่เรื่องราวของตนเพิ่งได้รับความสนใจจากม็อบเมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมาเท่านั้น ซึ่งตนมองว่าทุกการกระทำ จะต้องถูกตั้งคำถามตามมาอยู่เเล้ว หากมีการตั้งคำถาม ตนก็พร้อมที่จะตอบทุกคำถามของสังคม

ส่วนการแสดงออกเช่นนั้น ตนอยากสื่อกับสังคมในเรื่องของปัญหาการถูกคุกคามทางเพศในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นการข่มขืน อนาจาร การลวมลาม ซึ่งทั้งหมดนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้วในสังคมไทย แต่คำถามคือ ทำไมปัญหาเหล่านี้ถึงไม่เคยลดน้อยลง ?

 

ส่วนคำว่า “โรงเรียนไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” ในมุมมองของน้องหมวย คือ ถ้าหากว่าโรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยจริงๆ เด็กจะไม่ถูกคุกคามทางเพศในสถานศึกษา หรือถ้าเด็กถูกคุกคาม เด็กจะต้องดำเนินคดีความเอาผิดกับครูได้

ส่วนเหตุการณ์ ที่น้องหมวย บอกว่าตัวเอง โดนกระทำอนาจารจากครูในโรงเรียนนั้น

น้องหมวย เผยว่า กับอาจารย์ท่านนี้ก็รู้จักและสนิทกันมานาน ซึ่งตอนนั้นตนอยู่ ม.5 จำเป็นต้องอยู่ที่โรงเรียนดึก ต้องใช้ห้องซ้อมเพื่อประกวด และต้องใช้ห้องน้ำตอนกลางคืน ซึ่งในคืนนั้น ฝนก็ตก ตนจำเป็นต้องนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ครูคนนี้ไปเข้าห้องน้ำ แต่ครูก็มีการขับรถแบบแกล้งเบรกบ่อยครั้ง จนทำให้หน้าอกไปชนหลัง เมื่อมีการเข้าห้องน้ำ ครูก็แกล้งเปิด-ปิดไฟ จนตนตกใจถึงกับร้องไห้ ครูคนนี้ก็เข้ามากอดปลอบและขอโทษ โดยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจขนาดนี้ ส่วนอีกเหตุการณ์หนึ่ง คือ เธอถูกครูคนนี้ลูบขาตอนขับรถไปส่งบ้าน

น้องหมวย ยอมรับว่า ทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ทำให้เธออึดอัดมาก ไม่สบายใจ แต่ก็พยายามคุยปกติ พยายามที่จะไม่คิดมาก คิดว่าสิ่งที่ครูทำทั้งหมด คงเป็นเพราะ ความเอ็นดู ที่ครูมีต่อศิษย์ ไม่ได้คิดว่า ครูมีเจตนาไม่ดี

ส่วนเหตุการณ์สุดท้ายที่เธอถูกครูคนนี้ทำอนาจาร คือ เธอพยายามจะปิดล็อกประตูห้องน้ำ หลังจากเข้าเสร็จเเล้ว เเละครูก็มีการเข้ามาช่วยล็อก แต่ครูพยายามจะโอบกอดเธอจากด้านหลัง มีการจับมือ ตอนนั้นเธอทำอะไรไม่ถูก ได้เเต่ยืนตัวแข็ง จนอยากร้องไห้

ซึ่งเรื่องของการทำอนาจารภายในโรงเรียนที่เกิดขึ้น มีเพียงหลักฐานเดียว คือ คำบอกเล่าจากปากของน้องหมวย

โดยเธอให้เหตุผลว่า เธอไม่กล้าที่จะบอกใครว่าเธอเจอกับอะไรมา พยายามปิด ไม่ให้ใครรู้ เพราะ ความกลัว เเละความอาย ตอนนั้นเธอคิดว่า คนผิดในเรื่องนี้ คือตัวเธอเอง

กลัวครอบครัวจะอาย ไม่อยากให้เป็นประวัติที่ไม่ดีในชีวิต “เพราะครอบครัวคือโลกทั้งใบ อะไรที่ทำให้ครอบครัวไม่สบายใจ หนูจะไม่ทำ” น้องหมวยกล่าว

เมื่อเธอโตขึ้น สุดท้าย เธอจึงได้เรียนรู้ว่า คนถูกกระทำ ไม่ใช่คนผิด

แต่การกระทำเหล่านั้น มันกลับส่งผลกระทบต่อเธอ มาจนถึงปัจจุบัน น้องหมวยบอกว่า เธอป่วยเป็นโรค PTSD เเละ Panic disoder ซึ่งจากอาการเหล่านี้ ทำให้เธอไม่สามารถที่จะเรียนอยู่ในโรงเรียนแล้วรู้สึกปลอดภัยได้เลย จนเธอต้องเข้ารับการรักษาอาการเหล่านี้ เกือบ 2 ปี ซึ่ง ณ ตอนนี้อาการต่างๆ ก็ดีขึ้นตามลำดับ

หลังจากที่เธอเปิดเผยเรื่องนี้ในโลกโซเชียล ก็มีคนออกมาบอกกับเธอจำนวนหนึ่งว่า ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ที่ถูกครูในโรงเรียนเดียวกันกระทำอนาจารแบบนี้

ส่วนระบบการศึกษาไทย น้องหมวย มองว่า ต้องแก้กันตั้งแต่สถาบันครอบครัว โรงเรียน ภาครัฐ รวมถึงสื่อ เราควรสอนให้เด็กรู้จักสิทธิของตัวเอง และไม่ไปละเมิดสิทธิของคนอื่น

ซึ่งเรื่องการแก้ปัญหานี้ ภาครัฐต้องออกมาแก้ปัญหาเป็นคนแรก เพราะเด็กทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้ อยู่ในความดูแลของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของรัฐ หรือของเอกชนก็ตาม

ส่วนกระแสสังคมตอนนี้ ที่มีทั้งออกมาปกป้องเเละไม่เห็นด้วยกับการกระทำของน้องหมวย

น้องหมวย ตอบว่า ขอบคุณคนที่ออกมาปกป้องตนเอง และขอบคุณที่เคารพความเป็นเพื่อนมนุษย์ ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วย น้องหมวย มองว่า ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนพูด จนเกิดการตั้งคำถาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่ตนมองมากไปกว่านั้นคือ ถ้าอนาคตมีเด็กที่โดนกระทำแบบเดียวกับตน เด็กเหล่านั้นจะไปแจ้งหรือปรึกษาใคร

เมื่อถามถึงประเด็น ที่มีภาพว่าน้องหมวยเคยถ่ายแบบชุดนักเรียน วาบหวิว แต่กลับออกมาเรียกร้องเรื่องการถูกล่วงละเมิดในโรงเรียน ซึ่งสังคมกำลังมองว่า เด็กสาวคนนี้มีความย้อนแย้งในตัวเอง

น้องหมวย ตอบว่า รับงานถ่ายแบบตั้งแต่ช่วงจบมัธยมปลายแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เป็นผู้หญิงแต่งตัวเรียบร้อย แต่พอมาตอนนี้ ตนมองว่า ไม่ว่าเราจะแต่งตัวแบบไหน เครื่องแต่งกายไม่เคยลดทอนคุณค่าความเป็นเรา และไม่ว่าผู้หญิงจะแต่งตัวแบบไหน ก็ไม่มีใครสามารถที่จะมาคุกคามทางเพศคนอื่นได้

หากเราจะแต่งตัวเซ็กซี่ แล้วไม่ละเมิดกฎหมายข้อไหน มันก็ไม่น่าจะผิด ส่วนตัวมองว่า เรื่องการแต่งตัวแบบนี้ มันอยู่ที่กาลเทศะมากกว่า

ส่วนเรื่องคุณเอ๋ ปารีณา ที่จะแจ้งความ น้องหมวย บอกว่า ต้องขอขอบคุณ คุณเอ๋ ที่ให้ความสนใจและอยากมาตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจัง โดยตนหวังว่าจะพบข้อเท็จจริงอื่นเพิ่มอีก

ส่วนที่ตนพิมพ์ขอความช่วยเหลือทางทนายผ่านเฟซบุ๊ก ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการอยู่

ตอนนี้อยากให้สังคมยุติ การโทษเหยื่อ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่นำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ควรตั้งคำถามกับผู้กระทำ เเละกระบวนการต่างๆ ในการเอาผิดมากกว่า เผื่อจะสามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง มากกว่าการมาตั้งคำถามกับเหยื่ออยู่แบบนี้

สนับสนุนโดย ufabet24

ป.ป.ส.พร้อมส่งสารคล้ายยาเค 11.5 ตัน ให้ผู้แทน UNODC ตรวจ

ป.ป.ส. นำผู้แทน UNODC ร่วมตรวจของกลาง สารคล้ายยาเค 11.5 ตัน ยืนยันไม่มีใครเปลี่ยนหลักฐาน

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) และ นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทน UNODC ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก ร่วมเป็นสักขีพยานในการตรวจสอบสารเคมีจากโกดังสินค้าในพื้นที่ อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ที่นำมาเก็บรักษาไว้ภายในสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ภาค 1 หมู่ 3 ต.คูบางหลวง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี

นายวิชัย กล่าวว่า เนื่องจากในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบด้วยชุดตรวจสอบแล้วเป็นสีม่วง จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นสารเคตามีน เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องเปลี่ยนหลักฐานเหล่านี้ในบันทึกจับกุมครั้งแรก ที่มีการบันทึกการตรวจค้นก็ยังมีการบันทึกไว้เพียงว่าเป็นวัตถุต้องสงสัยคล้ายเคตามีนทั้งหมด ซึ่งจะเห็นว่ายังไม่ได้มีการยืนยันชัดเจน ตามประสบการณ์ที่ทำงานมาเมื่อตรวจสอบด้วยชุดตรวจสอบแล้วขึ้นสีม่วง จึงเชื่อไปแบบนั้น ดังนั้นเพื่อคลี่คลายความสงสัยจึงได้เชิญหลายหน่วยงานมาร่วมกันตรวจสอบ

ขณะที่ นายเจเรมี ดักลาส กล่าวว่า UNODC ยินดีที่จะสนับสนุนทางการของไทยที่จะนำตัวอย่างไปตรวจพิสูจน์ภายในแล็บของ UN เพื่อเป็นการยืนยันว่าสารที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นสารเคตามีน หรือเป็นสารอื่น ซึ่งชุดตรวจพิสูจน์สารเสพติดที่เจ้าหน้าที่ใช้นั้นเป็นเพียงชุดตรวจพิสูจน์ในภาคสนาม เป็นผลเบื้องต้นในการใช้ยืนยันว่าเป็นสารอะไรหลังจากที่ตรวจว่าเป็นสารเสพติดแล้ว อย่างไรก็ตามต้องเอากลับไปตรวจพิสูจน์ภายในแล็บอีกครั้ง

สนับสนุนโดย ufabet24

ไล่จับ! จระเข้ หลวงพ่อ ยาวกว่า 3 เมตร หลุดจากบ่อ นอนศาลาวัด

เจ้าหน้าที่ล้อมจับ จระเข้ หลุดออกจากบ่อ มานอนรับลมบนศาลาวัด

หน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างคุณธรรม จุด บ้านค่าย จุด อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ รับแจ้ง มีจระเข้ขนาดใหญ่ที่เลี้ยงไว้หลังวัดบ้านลี่ หมู่ 9 ต.ละหาน อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ หลุดจากบ่อเลี้ยง นอนพึ่งรับลมที่ลานซิเมนต์ภายในศาลาวัดบ้านลี่ ที่ห่างจากบ่อเลี้ยงหลังวัดประมาณ 30 เมตร เกรงจะไล่กัดเด็กและชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัด ในจุดภายในศาลาวัดบ้านลี่ พบจระเข้ขนาดความยาวกว่า 3 เมตร น้ำหนักไม่น้อยกว่า 100 กิโลกรัม มีขนาดใหญ่มานอนโชว์ขนาดความใหญ่โตของลำตัวที่กลางลานซิเมนต์ภายในศาลาลานวัดบ้านลี่ ทั้งหน่วยกู้ภัยฯ และชาวบ้านกว่า 5 คน ไล่ต้อนจระเข้ขนาดใหญ่เข้ามุมอับผนังศาลาวัด ก่อนจะใช้เชือกที่ทำเป็นบ่วงคล้องที่ปากจระเข้ไว้ได้แล้วช่วยกันยกจระเข้ขึ้นไปบนท้ายรถกระบะเพื่อที่จะนำส่งไปเลี้ยงในบ่อจระเข้ที่มีความมั่นคงแข็งแรงไม่ให้ออกมาเดินเพ่นพ่านได้อีก

นานสงัด เติมพันธ์ ผู้ใหญ่บ้านลี่ หมู่ 9 ต.ละหาน อกว่าเดิมที อดีหลวงพ่อเจ้าอาวาสวัดบ้านลี่ แกเป็นคนรักสัตว์ ได้ขอจระเข้จากโยมที่คุ้นเคยกันจากบ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ที่ได้ประกอบกิจการเลี้ยงจระเข้ นำลูกจระเข้มาเลี้ยงในบ่อสร้างเป็นคอกเลี้ยงจระเข้มากว่า 7 ปี ร่วมกับหมูป่า และเลี้ยงนก สัตว์ป่าด้านหลังของวัดเพื่อให้ผู้ที่สนใจในสัตว์ป่าได้ดูกัน จระเข้ที่เลี้ยงไม่ดุร้าย มีความเชื่องคุ้นเคยกับคนเป็นอย่างดี จนหลวงพ่ออดีตเจ้าอาวาสวัดได้มรณภาพไปเมื่อปีที่แล้ว ขาดคนดูแลคอกเลี้ยงจระเข้ คาดว่ารั้วคอกเลี้ยงบ่อจระเข้จะชำรุด ทำให้จระเข้ออกมาเดินเพ่นพ่านได้ในครั้งนี้ หลังจับได้คงต้องส่งคืนเจ้าของเดิมเพื่อนำไปเลี้ยงในบ่อเลี้ยงที่มีความมั่นคงแข็งแรงต่อไป

สนับสนุนโดย ufabet24

เปิดใจเพื่อนสนิท “เสี่ยเต้ย” ทุกข์ใจตั้งแต่เลิกเมีย ด้าน “เจ๊อ๋อ” นั่งร้องไห้หลังรู้ข่าวการตาย

กรณีการจากไปอย่างกะทันหันของ นายสมภาร สุรัญกุล อายุ 40 ปี หรือ เสี่ยเต้ย อดีตสามี เจ๊อ๋อ 90 ล้าน ซึ่งสาเหตุการตายมาจากอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ล่าสุดญาติได้นำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ บ้านเลขที่ 111 ม.4 บ้านคำบอน ต.หนองแสง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของเสี่ยเต้ย

นางสาวหัดตี โนริญญา อายุ 39 ปี เพื่อนสนิทของเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า เสี่ยเต้ยเคยพูดความทุกข์ในใจ หลังจากมีข่าวออกมาว่าเลิกรากันกับอดีตภรรยาและสุขภาพไม่ค่อยดี รวมทั้งห่วงลูกสาวบุญธรรมที่อยู่กับเจ๊อ๋อ เพราะมีความผูกพันกัน ทำให้นอนไม่ค่อยหลับ แต่ทำทีมีความสุข โดยไม่แสดงออกมามีความทุกข์ใจ แต่เพื่อนทุกคนก็รู้ว่า เสี่ยเต้ย มีความทุกข์ใจอย่างมาก ตนและเพื่อนๆ ก็ให้กำลังใจมาตลอด ไม่คิดว่าเขาจะด่วนจากไปอย่างกะทันหัน เพราะไม่มีวี่แววเลยว่าจะล้มป่วยถึงกับเสียชีวิต หากเสี่ยเต้ยยังมีชีวิตอยู่ อยากจะบอกว่า ให้หยุดพักผ่อนบ้าง อย่ามัวแต่แคร์ความรู้สึกคนอื่น ให้รักตัวเองมากๆ

นางละมัย ปราบมาลัย อายุ 60 ปี และนางหัส ปัญญาใส อายุ 86 ปี แม่และพี่สาวของเจ๊อ๋อ อดีตภรรยาเสี่ยเต้ย ที่เดินทางมาเคารพศพเสี่ยเต้ย เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจและตกใจกับการจากไปของเสี่ยเต้ย โดยพี่สาวระบุด้วยว่าเห็นเจ๋อ๋อ นั่งร้องไห้อยู่หน้าบ้านคนเดียว จากนั้นก็ไม่รู้ว่าน้องสาวออกจากบ้านไปอยู่ที่ไหน

พวกตนรักเสี่ยเต้ยเหมือนน้องและลูกชายแท้ๆ เพราะเขาเป็นคนนิสัยดี ดูแลกันมาตลอด และทุกวันก็ยังทำเหมือนเดิม ส่วนสาเหตุการเลิกกันกับเจ๊อ๋อ ไม่ขอพูดถึง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกเขา

ทางด้านพี่ชายของเสี่ยเต้ย ก็ได้เผยว่าอยากให้อดีตน้องสะใภ้มาจุดธูปอโหสิกรรมต่อกัน จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันในชาติหน้า แต่ก็สุดแล้วแต่อดีตน้องสะใภ้ว่าจะมาหรือไม่

สนับสนุนโดย ufabet24

เปิด 4 เงื่อนไข “รถเก่าแลกรถใหม่” แสนคัน หนุนคนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้า

สศช. เปิด 4 เงื่อนไข “รถเก่าแลกรถใหม่” 100,000 คัน หนุนรถเก่าอายุเกิน 15 ปี แลกรถยนต์ไฟฟ้า ช่วยลดมลพิษสิ่งแวดล้อม

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวขณะร่วมประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่ง ศบศ.เห็นชอบในหลักการข้อเสนอโครงการบริหารเศรษฐกิจระยะปานกลางและระยะยาว ชุดที่ 2 ที่เสนอโดยคณะอนุกรรมการวิเคราะห์และเสนอแนะมาตรการบริหารเศรษฐกิจ และส่งเสริมการลงทุนในระยะปานกลางและระยะยาว

สำหรับ “โครงการรถแลกแจกแถม” หรือ “รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน” ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อเสนอสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายใต้โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ โดยการนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี ขึ้นไป มาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นการบริหารจัดการซากยานยนต์

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการจัดตั้งคณะทำงานศึกษาแนวทางการจัดการซากยานยนต์ เพื่อศึกษาให้ข้อคิดเห็นและเสนอแนวทางมาตรการจัดการซากยานยนต์ภายในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม

รวมทั้งศึกษาแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบใหม่ ตามแนวคิดระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เกิดกลไกการจัดการซากยานยนต์อย่างเป็นระบบ และกำหนดหลักเกณฑ์การตั้งโรงงานรีไซเคิลยานยนต์ และส่งเสริมการลงทุนกิจการโรงงานรีไซเคิลซากรถ และแบตเตอรี่

สำหรับเงื่อนไขหรือรายละเอียดของ “โครงการรถเก่าแลกรถใหม่” นั้น ในเบื้องต้นได้ระบุไว้ว่า

1.) ประชาชนที่นำรถเก่ามากำจัดจะได้รับส่วนลดภาษีไม่เกิน 100,000 บาท

2.) คูปองส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ต่างๆ

3.) รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนนำรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป นำมาแลกสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล

4.) จะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน

สนับสนุนโดย ufabet24

ไม่รับฉบับไอลอว์! สภาคว่ำ 5 ร่างแก้รัฐธรรมนูญ ให้แค่ตั้ง ส.ส.ร. ไม่ประกันเลือกตั้ง 100%

สมาชิกรัฐสภามีมติวันนี้ (18 พฤศจิกายน 63) ไม่รับฉบับไอลอว์! หลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5 ฉบับจากทั้งหมด 7 ฉบับ ซึ่งมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) เป็นผู้ริเริ่มและมีประชาชนเข้าชื่อกว่า 100,000 รายชื่อ รวมอยู่ด้วย

เหตุนี้ทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านการรับหลักการ มีเพียง 2 ร่าง เป็นร่างของพรรคเพื่อไทย 1 ร่าง และร่างของพรรคร่วมรัฐบาล 1 ร่าง ซึ่งทั้ง 2 ร่างมีสาระสำคัญสอดคล้องกันคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อย่างไรก็ตาม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ร่างนี้ มีความแตกต่างกันคือ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. จำนวน 200 คน ทั้งหมด โดยใช้จังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง เท่ากับว่า แต่ละจังหวัดจะมีจำนวน ส.ส.ร. ต่างกัน ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากร

ขณะเดียวกัน ร่างของพรรคร่วมรัฐบาลเปิดให้มีการเลือกตั้้ง ส.ส.ร. เพียงแค่ 150 คน ส่วนอีก 50 คน มาจากการคัดเลือกจากผู้คนในสาขาอาชีพต่างๆ

เหตุนี้ทำให้ประชาชนต้องติดตามกันต่อไปว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญหนึ่งใน 2 ฉบับนี้ ฉบับใดจะถูกนำหลักการมาใช้ และจะมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมอย่างไรอีกหลังจากนี้

ถึงอย่างนั้น สิ่งที่ ส.ส.ร. ที่ได้จากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะทำไม่ได้ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดที่ 1 และ 2 ซึ่งต่างจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของไอลอว์ ที่ประชาชนกว่า 100,000 คนเข้าชื่อกัน ที่อนุญาตให้แก้ไขได้ทุกหมวด ทุกมาตรา

หลังจากนี้จะมีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดหนึ่ง ที่มีสมาชิกจำนวน 45 คนขึ้นมา เพื่อพิจารณาเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับนี้ ซึ่งการพิจารณาของกรรมาธิการชุดดังกล่าวจะใช้เวลา 15 วัน

สนับสนุนโดย ufabet24

ไฟเซอร์ เผยข้อมูลใหม่ อ้างวัคซีนโควิดได้ผลถึง 95% อ้างผ่านรับรองความปลอดภัย

ไฟเซอร์ บริษัทยาระดับโลก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) ในวันนี้ (18 พฤศจิกายน 63) ว่ามีประสิทธิภาพถึง 95% และผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยในการนำมาใช้แล้ว

วีคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ขนานดังกล่าวมีบริษัทด้านเทคโนโลยีชีวภาพ ไบโอเอ็นเทค ร่วมพัฒนาด้วย

การประกาศล่าสุดนี้มีขึ้นหลังจากบริษัททั้ง 2 แห่ง ประกาศผลการทดสอบชั่วคราวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ามีประสิทธิภาพมากกว่า 90%

ไฟเซอร์และไบโอเอ็นเทค ระบุว่า วัคซีนดังกล่าวมีการนำไปทดสอบกับคนจำนวน 43,500 คน ใน 6 ประเทศ และไม่มีประเด็นความกังวลด้านความปลอดภัย

นอกจากวัคซีนขนานนี้ที่ 2 บริษัทดังกล่าวพัฒนาขึ้นมา บริษัทยาจากสหรัฐชื่อ โมเดอร์นา พัฒนา ก็เปิดเผยเมื่อไม่นานมานี้ว่าวัคซีนโรคโควิด-19 ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพถึง 94.5%

สนับสนุนโดย ufabet24