การสื่อสารการ ตลาด คือการนำการสื่อสาร และการตลาดมาร่วมกัน

การสื่อสารการ ตลาด คือการนำการสื่อสาร และการ ตลาด มาร่วมกัน ทำให้มีรูปแบบเป็นกระบวนการที่ผสมผสานกันระหว่างกระบวนการสื่อสาร และกระบวนการทางการตลาดไว้ด้วยกันอย่างลงตัว โดยการสื่อสารการตลาด สามารถทำได้ด้วยการใช้ 6 เครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพ ดังนี้

1. การโฆษณา คือ กิจกรรมทางการตลาดที่จัดทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการขาย เพิ่มกำไร แนะนำผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในตลาด และการโฆษณามักจะถูกนำมาใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการสร้างความแตกต่างให้กับผลิตภัณฑ์ ในเวลาอันรวดเร็ว และขยายเป็นวงกว้าง
  • เพื่อยึดตำแหน่งครองใจผู้บริโภค ซึ่งก็คือการทำให้สินค้าที่มีรูปแบบการใช้งานที่เหมือนกัน มีความแตกต่างกันในด้านความรู้สึก โดยการใช้สโลแกน หรือการใช้คำเฉพาะ
  • เพื่อสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ หากคุณเริ่มต้นธุรกิจที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ต้องการให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำโฆษณาก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ธุรกิจของคุณดูยิ่งใหญ่ และส่งผลกระทบให้ภาพลักษณ์ และถูกพูดถึงมากขึ้น
  • ย้ำตำแหน่งของผลิตภัณฑ์ หากสินค้า และบริการของคุณเป็นที่รู้จักอยู่แล้ว การทำโฆษณาสามารถทำเพื่อย้ำตำแหน่งผลิตภัณฑ์ของคุณที่อยู่ในใจของลูกค้าให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้เช่นกัน

2. การประชาสัมพันธ์ เป็นหนึ่ง ในกลยุทธ์การตลาดที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งอย่าง ที่นับวันจะยิ่งมีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเสริมเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ หรือสินค้าทั้งทางตรง และทางอ้อม จึงมักถูกนำมาใช้ในกรณีต่อไปนี้

  • ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ จะใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบการใช้งานที่คล้ายคลึงกัน ให้อยู่เหนือกว่าคู่แข่งขัน
  • เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักตัวตนของสินค้าที่เป็นชนิดเดียวกันแต่ต่างกันที่แบรนด์ และยี่ห้อ โดยทำการแนะนำข้อแตกต่าง หรือข้อดี ของผลิตภัณฑ์ว่ามีความแตกต่างกับแบรนด์อื่นยังไง
  • เพื่อส่งเสริมการขาย การประชาสัมพันธ์ เป็นการให้ข้อมูลที่มากกว่าการโฆษณา และสามารถส่งเสริมการขายเป็นอย่างดี

3. การสื่อสารการตลาดทางตรง เป็นการทำการตลาดโดยการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง ระหว่างธุรกิจ กับผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมายโดยตรง โดยการสื่อสารการตลาดทางตรงมักถูกใช้ในกรณีต่อไปนี้

  • ก่อนการทำการตลาดทางตรงหากมีข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายที่ดี จะช่วยให้ค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดลดลง และทำการตลาดได้ตรงเป้าหมายมากขึ้น
  • เพื่อทำให้เป็นการทำการตลาดแบบส่วนตัว โดยการส่งจดหมายให้ลูกค้าโดยตรง ที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกพิเศษที่ตนเองก็ได้รับเลือกเป็นกลุ่มเป้าหมาย และทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกเป็นส่วนตัวด้วย
  • เพื่อให้เกิดการติดตามผล เช่นการโฆษณาคอนโดมิเนี่ยมโดยการส่งบัตรเชิญชมห้องตัวอย่าง และติดตามผลของผู้ที่เข้ามาชม ว่ามีการตอบรับมากน้อยแค่ไหน
  • เพื่อกระตุ้นความสัมพันธ์ คือการทำการตลาดโดยสื่อสารกับลูกค้าโดยตรงด้วยการพูดคุย หรือผ่านข้อความ ซึ่งการพูดคุยถือเป็นพื้นฐานของการสร้างความสัมพันธ์

4. การสื่อสารเพื่อส่งเสริมการตลาด เป็นการทำการตลาดเพื่อจูงใจเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขายที่เร็วขึ้น และถูกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

  • การหาลูกค้าใหม่ เป็นการทำให้ลูกค้าที่ไม่เคยใช้สินค้า และบริการมาก่อน เกิดความสนใจ และต้องการซื้อสินค้า อาจเป็นการ ลด แลก แจก แถม
  • เพื่อรักษาลูกค้าเก่า ในกรณีที่คู่แข่งขันออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การส่งเสริมการขายก็มีส่วนเข้ามาช่วยในการรักษาลูกค้าเก่าไว้ อาจทำได้ด้วยการจัดโปรโมชั่นเพื่อให้ลูกค้าหันกลับมาสนใจผลิตภัณฑ์ของคุณอีกครั้ง
  • เพื่อส่งเสริมยอดขายให้เพิ่มมากขึ้น ให้ผลิตภัณฑ์ของคุณถูกซื้อออกไปมากขึ้น หรือการถูกซื้อออกไปอย่างต่อเนื่อง หรือกลับมาซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง
  • เพิ่มอัตราการใช้ผลิตภัณฑ์มากขึ้น อาจทำขึ้นมาในรูปแบบการสะสมแต้ม เพื่อรับของแถม หรือเพื่อแลกของแถมตามกติกาที่ได้กำหนดไว้

5. สื่อสารแบบส่วนตัว หรือการสื่อสารโดยพนักงาน เป็นการสื่อสารทางการตลาดแบบใช้พนักงานขาย มักจะถูกใช้กับสินค้าที่มีรายละเอียดการใช้งาน หรือวิธีการใช้งานที่ซับซ้อน และในกรณีต่อไปนี้

  • เมื่อสินค้าเหมาะกับการใช้งานโดยการสื่อสารแบบส่วนตัว อย่างประกันชีวิต ประกันรถยนต์ หรือแม้กระทั่งการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ลูกค้าล้วนต้องการข้อมูลของสินค้าอย่างละเอียด
  • เมื่อสินค้ามีความซับซ้อน เพื่อให้พนักงานอธิบายถึงผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน ที่ไม่สามารถขายทางอินเทอร์เน็ต หรือการวางขายตามหน้าร้านปกติ

6. การสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด การสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาดสามารถเป็นตัวกระตุ้นความต้องการซื้อของผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายได้ มักจะถูกใช้ในกรณีดังต่อไปนี้

  • เมื่อต้องการขายโดยใช้พนักงาน เพราะการใช้พนักงานขายสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า และสามารถประหยัดเงินทุนในการทำโฆษณาทางการตลาดได้ดี
  • เมื่อต้องการใช้การสนับสนุนการตลาดสำหรับผู้ค้าปลีก จะถูกใช้ในกรณีผู้ค้าปลีกรู้ตลาดดีกว่าผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกมีชื่อเสียงดีกว่าผู้ผลิต
  • เมื่อต้องการใช้การโฆษณาร่วมกันของผู้ผลิต กับผู้ค้าปลีก เพื่อให้ผู้ค้าปลีกกล่าวถึงสินค้า หรือให้ผู้ผลิตกล่าวถึงสินค้า และออกค่าใช้จ่ายในการโฆษณาร่วมกัน

สนับสนุนโดย blackcatagency

การตลาด ออนไลน์ (Online Marketing) คืออะไร

ในสังคมที่โลก ออนไลน์ กำลังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตของคนรุ่นใหม่ เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สื่อออนไลน์ได้เข้ามามีอิทธิพลต่อเราในทุกขณะ ตั้งแต่ตื่นเช้าจนกระทั่งเข้านอน อีกทั้งความรวดเร็วและความสะดวกสบายของโลกออนไลน์ยังถูกนำมาใช้ประโยชน์กับกลุ่มคนทุกสาขาอาชีพ โดยเฉพาะการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ที่กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถทำให้ผู้อื่นรู้จักเราหรือสินค้าของเราได้อย่างกว้างขวาง ซึ่ง j2jdesign คือคำตอบของคุณ

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) คือ การทำการตลาดในสื่อออนไลน์ เช่น โฆษณา Facebook, โฆษณา Google, โฆษณา Youtube, โฆษณา Instagram มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทำให้สินค้าของเราเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น โดยใช้วิธีต่างๆ ในการ โฆษณาเว็บไซต์ หรือ โฆษณาขายสินค้าที่จะนำสินค้าของเราไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้และเกิดความสนใจ จนกระทั่งเข้ามาใช้บริการหรือซื้อสินค้าของเราในที่สุด โดยการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) สามารถทำได้หลายช่องทาง ดังนี้

Search Engine Marketing คือ การตลาดบน Search Engine เป็นการทำให้สินค้าของเราติดอันดับการค้นหาในลำดับแรกๆ ซึ่งจะทำให้เราถูกค้นพบได้ง่ายและถูกคลิกได้บ่อยกว่าเว็บไซต์ที่อยู่ด้านล่างหรืออยู่ในหน้าถัดไป แบ่งออกเป็น SEO (การทำเว็บไซต์ของเราให้ติดอันดับของ Google) กับ PPC (การซื้อ Ads บน Google)

Email Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่านอีเมล เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่นต่างๆ ถึงลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เป็นการตลาดที่ต้นทุนต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับการตลาดในรูปแบบอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นการทำการตลาดที่ตรงกลุ่ม และสามารถเข้าถึงผู้รับภายในเวลาอันรวดเร็ว

Social Marketing คือ การตลาดที่ทำผ่าน Social Network ต่างๆ เช่น Facebook, Twitter, Instagram, Pinterest ฯลฯ ซึ่ง Social Marketing กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะมีสถิติการใช้งานสูงกว่าแหล่งออนไลน์ประเภทอื่น

การตลาดออนไลน์ (Online Marketing) ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่เรารู้จักสินค้าของเรา และสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนได้ เพียงเท่านี้สินค้าของเราก็สามารถเป็นที่รู้จัก และสร้างยอดขายในโลกออนไลน์ได้อย่างง่ายดาย

สนับสนุนโดย blackcatagency

ทำการตลาด ออนไลน์ อย่างไร หากคุณอยากให้ธุรกิจคุณขายเด่น ขายดัง

การทำการตลาด ออนไลน์ กลายเป็นอีกวิธีหนึ่ง และนับว่าขาดไม่ได้เสียแล้วในปัจจุบัน เป็นความจริงจน บิลเกตส์ มหาเศรษฐี อันดับ 1 ของโลก เจ้าพ่อ ไมโครซอฟ ได้กล่าวไว้ว่า “ธุรกิจใดไม่ได้ทำธุรกิจหรือการตลาด ผ่านโลกออนไลน์ ธุรกิจไม่สามารถอยู่ได้แน่นอน ” ฉะนั้น ทุกๆ ธุรกิจจึงให้ความสำคัญกับการตลาดสูงมาก

ข้อนี้ผู้ประกอบการเอง ควรจะต้องรู้ด้วยว่าการทำการตลาด ออนไลน์ มีกลยุทธ์ต่างๆ ที่ค่อนข้างแตกต่างจากการทำการตลาดแบบ ออฟไลน์ ค่อนข้างมาก โดยผู้ประกอบการมือใหม่ที่ไม่ทราบวิธีการทำการตลาดออนไลน์ จะคิดง่ายๆ เพียงแค่มีเพจ Facebook หรือการลงโฆษณาผ่านทางช่องทางต่างๆ หรือจ้างบริษัททำ เวปไซท์ การทำ Blog เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของสินค้า และบริการ ซึ่งจริงๆ ก็ไม่ถูกต้องนักในการฝากภารกิจอันสำคัญนี้ให้กับผู้อื่น โดยที่ตนไม่ได้รู้กฎ หรือหลักการในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์เลย

ดังนั้นบทความนี้ทางทีมงานขอเสนอ กฎที่สำคัญมากในการทำการตลาดบนโลกออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการมือใหม่ที่ควรทราบ เพื่อนำไปปรับใช้ในยุคปัจจุบัน เพื่อให้ทันต่อการตลาดออนไลน์ที่เปลี่ยนไปทุกๆ วัน หากคุณยังมัวรีรอ ไม่แน่คุณอาจจะเสียยอดขายเป็นล้านๆ ก็ได้ เพราะมีคู่แข่งที่ทำการตลาดด้านนี้ เกิดขึ้นทุกๆ วัน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาเริ่มกันเลยนะคะ

1. การโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Ad ,Google Adword หรืออื่นๆ ไม่ควรที่จะทำ เน้นแต่ยิงโฆษณาเพียงอย่างเดียว เสียเงินมากมายไปกับการโฆษณาต่างๆ มากจนเกินไปจนเป็นปัจจัยหลักในการทำการตลาดออนไลน์ คุณต้องพึ่งตัวของคุณด้วยในการทำ Content ดีๆ เพื่อป้อนให้เวปไซท์ หรือ Blog ของคุณควบคู่ไปกับการโฆษณาผ่านสื่อเหล่านี้ บางครั้งหากคุณมีการเผยแพร่บทความดีๆ มีประโยชน์และคุณค่ากับลูกค้า กลุ่มเป้าหมาย และเกิดการแชร์ต่อกัน คุณก็แทบจะไม่ต้องเสียเงิน เสียเวลากับการโฆษณามากมายด้วยซ้ำ

2. มุ่งเน้นทำ Content ให้มากที่สุด อย่างสม่ำเสมอ Content ในส่วนนี้จะต้องมีคุณค่ามีประโยชน์กับลูกค้า เพราะปัจจุบันค่าโฆษณาต่างๆ มีแนวโน้มสูงขึ้น มุ่งเน้นโฆษณาอย่างเดียว กำไรหายแทบไม่เหลือเลยคะ

3.สื่อ Social Media ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Twitter Line ฯลฯ มีกลยุทธ์ ยุทธวิธีการใช้งาน และวัฒนธรรมต่างกันอย่างมาก คุณต้องนำ Social Media ที่เหมาะสมที่สุด ตรงกับ สไตล์ธุรกิจของคุณมากที่สุดมาทำการตลาดออนไลน์ให้คุณ และที่สำคัญอย่างใช้ Social Media กับธุรกิจของคุณมากจนเกินไป ระวังดูแลไม่ไหว จำไว้ว่าหากเกิดความสับสนในการลง Content กับ Social Media ใดจะไม่ส่งผลดีต่อธุรกิจ และภาพลักษณ์ของคุณมากนัก

4. ยอด Like ในปัจจุบันไม่ได้เป็นสิ่งที่บ่งบอกความสำเร็จของธุรกิจของคุณ มันเป็นเรื่องจริง เพราะบางครั้งมียอด Like เป็นหมื่่น แต่ยอดขายสู้ ธุรกิจหนึ่งที่มียอด Like หลักพัน ไม่ได้สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ยอด Like แต่เป็นยอดการเข้าถึง Reach และสิ่งที่จะสร้างยอดการเข้าถึงให้สูงขึ้นได้ก็คือ การสร้างสายสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง การลง Content ที่มีประโยชน์อย่างต่อเนื่องนั่นเอง การสร้างสายสัมพันธ์ยกตัวอย่างเช่น เมื่อมี Comment เข้ามาคุณก็ต้องตอบ Comment ที่ผู้มุ่งหวังถามมาทันที ไม่ใช่ทำเหมือน เพจ ร้างไม่มีการตอบ Comment ใดๆ เลย

5. การตอบ Comment จำไว้ว่าอย่าตอบแบบ หุ่นยนต์ ไม่ต้องใช้ศัพท์ที่เป็นทางการมาก ให้ใช้ศัพท์คำที่เป็นกันเอง จะส่งผลได้ดีกว่าศัพท์เป็นทางการทั้งหลาย จำไว้ว่า การตอบ Comment ต้องตอบในลักษณะการสนทนาธรรมดา จะเกิดความสัมพันธ์ได้ดีกว่า เป็นกันเองกว่า และเป็นการแสดงว่าเราไม่ได้ปิดตัวเอง เปิดเผยอยู่เสมอ

บทความนี้น่าจะเป็นแนวทางอีกเเนวมางหนึ่งในการทำการตลาดออนไลน์ให้ได้ผล เพื่อธุรกิจของผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อย ลองศึกษาและประยุกต์ใช้กับเว็บไซต์ของท่านได้นะคะ

สนับสนุนโดย blackcatagency

“SEO” หรือ “Search Engine Optimization” คืออะไรหรือไร

“SEO” หรือ “Search Engine Optimization” คือ วิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงเนื้อหาและการเพิ่ม Backlink ซึ่งเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์ติดอยู่ในอันดับต้นๆ บน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) เมื่อกรอก Keyword (คำค้นหา) ที่ต้องการผ่าน Search Engine (เครื่องมือค้นหา) ต่างๆ อาทิ Google, Yahoo!, Bing เป็นต้น โดยเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ในระยะยาว

เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Google มากเป็นอันดันหนึ่งในหลายๆ ประเทศ ทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนใหญ่จึงเน้นการทำ SEO บน Google เป็นหลัก ทั้งนี้ แต่ละ Search Engine ก็มีหลักการที่ไม่ต่างกันนัก นั่นคือ “User Experience (UX)” หรือ “การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด” ดังนั้นการทำ SEO ตามหลักของ Google จะเน้นการทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ ให้ข้อมูลที่ตรงกับ Keyword ที่ใช้ค้นหา จึงสามารถส่งผลในการทำ SEO ใน Search Engine อื่นๆ

ในส่วนของกรอบสีแดง คือ ส่วนของ “Organic Search” หรือที่เรียกว่า “Natural Search” ในส่วนนี้เป็นข้อมูลหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดที่ทางระบบของ Search Engine อาทิ Google รวบรวมมาโดยใช้คะแนนในการจัดอันดับ การให้คะแนนนั้นก็ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่แต่ละ Search Engine ได้กำหนดขึ้น ด้วยเหตุนี้ จึงเรียกวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอยู่ในอันดับต้นๆ บนหน้าผลการค้นหานี้ว่า “SEO (Search Engine Optimization)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “SEM (Search Engine Marketing)” หรือการทำการตลาดบน Search Engine สำหรับในส่วนข้อความที่อยู่เหนือกรอบสีแดง ที่มีคำว่า “โฆษณา” หรือ “Ad” นั้นคือส่วนของการลงโฆษณากับทาง Google ซึ่งเรียกว่า “PPC (Pay Per Click)” โดยเป็นการประมูล Keyword ที่ต้องการให้แสดงโฆษณา และจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อมีการคลิกเข้าไปชม

สนับสนุนโดย blackcatagency

ข้อดี และข้อเสียของการซื้อรถมือสองจากเต็นท์

ข้อดี ของการซื้อรถมือสองจากเต็นท์

  • สามารถจัดไฟแนนซ์ได้ง่ายมาก ๆ เนื่องจากว่าทางเต็นท์เองจะมีบริการจัดไฟแนนซ์ไว้ให้กับคนที่เข้ามาติดต่อเพื่อจะซื้ออยู่แล้ว หากว่าคนซื้อไม่ได้มีปัญหาเรื่องแบล็คลิสต์จริง ๆ ยังไงก็มีโอกาสออกรถได้สูง
  • มีความรวดเร็วเรื่องการดําเนินงานแล้วก็การรับรถยนต์ เอาง่ายๆ ถ้ามีเอกสารรวมทั้งเงินดาวน์ (บางคนจะเงินสดก็ได้) ครบ สามารถเดินเรื่องทุกสิ่งให้เสร็จสิ้นก็สามารถรับรถยนต์ไปได้เลย ยิ่งคนจ่ายเงินสดแทบจะรับรถยนต์วันนั้นเลยด้วย
  • บางเต็นท์ไม่ต้องดาวน์ก็ออกรถได้ ทำนองว่าเป็นโปรโมชั่นของเต็นท์นั้น ๆ อาจต้องมีเอกสารหรือขั้นตอนต่าง ๆ เยอะหน่อย แต่ก็คุ้มสำหรับคนที่ไม่มีเงินดาวน์ทว่าต้องการใช้รถทันที
  • รถยนต์ ให้เลือกเยอะมากๆ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์รุ่นใหม่ที่พึ่งออกวางจําหน่ายหรือรถยนต์รุ่นก่อนหลายๆ ปี ก็สามารถเลือก ซื้อตามความต้องการได้เลย

สนับสนุนโดย เต้นรถ มือสอง

รวม สินเชื่อ กู้เงินซื้อรถยนต์ผ่านธนาคาร เจ้าไหนกู้ง่าย ดอกเบี้ยถูกมาดูกัน

สินเชื่อ รถยนต์ ถือได้ว่าอีกหนึ่งความสะดวกสบาย ที่ผู้คน จํานวนมากจําเป็นต้องมี เพราะนอกจากจะช่วย ประหยัดเวลาในการเดินทางแล้ว สําหรับคนเมือง กรุง หรือ เมืองใหญ่ เมื่อนํามาคํานวณกับค่าเดินทาง ด้วยแท็กซี่ หรือค่าโดยสารรถยนต์สาธารณะอื่นๆ การซื้อรถยนต์สักคันไว้ใช้งาน คงจะคุ้มค่ากว่า กระนั้นแน่ๆ ว่า ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถถอยรถยนต์ มือชั้นยอด ป้ายแดง ได้อย่างที่ต้องการ รวมทั้งถ้า หากว่าคุณกําลังมองหาช่องทางในการมีรถยนต์ คัน ใหม่อยู่ล่ะก็ กระบวนการทําสินเชื่อรถยนต์มือสอง กับแบงค์ ก็เป็นอีกช่องทางที่น่าดึงดูดทีเดียว อีก ทั้งในเรื่องของข้อจํากัดต่างๆ แล้วก็ดอก ที่ทําให้ การซื้อรถยนต์ ของคุณเปลี่ยนเป็นเรื่องที่ง่ายดาย กว่าเดิม แล้วก็สําหรับข้อตกลง และก็สําหรับดอก รวมทั้งเงื่อนไขของสินเชื่อซื้อรถยนต์มือสอง ของ แต่ละธนาคารนั้น ก็มีจุดที่น่าดึงดูด รวมทั้งต่างกัน ดังนี้

ธนาคารกสิกรไทย

จุดเด่นของสินเชื่อรถยนต์มือสอง Kbank อยู่ที่คุณ มีโอกาสที่จะกู้เงินได้มากถึง 80% ของราคาประเมิน รถยนต์ และก็สามารถที่จะเลือกได้ว่า ต้องการที่จะ วางเงินดาวน์กเปอร์เซ็นของราคารถยนต์ และ สําหรับมนุษย์เงินเดือน ข่าวดีก็คือ เมื่อคุณเลือกที่ จะทําการกู้สินเชื่อรถยนต์มือสองของธนาคารกสิกร คุณสามารถที่จะเลือกได้ว่า จะผ่อนในอัตราเสมอ กัน ทั้งยังเงินต้น รวมทั้งยังสามารถที่จะเลือกรับ อัตราดอกเบี้ยคงที่ได้อีกด้วย

ในส่วนของระยะเวลาสําหรับในการผ่อน ผู้ทําสิน เชื่อ สามารถเลือกได้ ด้วยว่าจะผ่อนนานแค่ไหน ซึ่ง ช่วงเวลาที่ดินแบงค์ให้สูงที่สุด นั้น จะอยู่ที่ 6 ปี อย่างยิ่งจริงๆ แม้กระนั้นถ้าคุณมีเงินมากพอสําหรับ ที่จะทํา ปิดการสินเชื่อ ก่อนช่วงเวลาที่ตกลงกันไว้ ก็จะได้รับการลดหย่อน ในส่วนของภาษี มากถึง 50%

โดยสินเชื่อ ดังกล่าว ผู้กู้สามารถที่จะนํามาใช้ในการ ซื้อรถยนต์มือสอง ได้ทั้ง รถกระบะ รวมทั้งรถยนต์ นั่งส่วนบุคคล (รถเก๋ง)

ธนาคารไทยพาณิชย์

จุดเด่นของสินเชื่อรถยนต์มือสอง SCB เป็น สินเชื่อ สําหรับรถยนต์มือสองที่ปราศจากาภาระหน้าที่ รวม ทั้งอายุของรถยนต์จําเป็นที่จะต้องไม่เกิน 12 ปี โดยให้ผู้กู้สามารถกระทําการกู้ได้มากสูงสุดถึง 90% ของราคารถยนต์ ซึ่งถือว่าเป็นสินเชื่อรถยนต์ มือสองที่ให้วงเงินค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับสินเชื่อ รถยนต์มือสองเจ้าอื่นๆ ในขณะนี้อย่างยิ่งจริงๆ

สําหรับ ในส่วนของอายุข้อตกลง กู้นั้น จะอยู่ที่มาก ที่สุดถึง 7 ปี แล้วก็สามารถเลือกที่จะผ่อนส่งแบบ ดอกคงเดิมได้อีกด้วย ซึ่งอัตราค่าดอกเบี้ยคงเดิม สําหรับสินเชื่อรถยนต์มือสองของ SCB นั้น เริ่มที่ 10% สําหรับรถยนต์ใช้แล้ว ที่มีอายุไม่เกิน 9 ปี และก็ 17% สําหรับในกรณีของรถยนต์ใช้แล้วที่แก่ มากยิ่งกว่า 10 ปีขึ้นไป โดยที่ไม่ต้องใช้ผู้ค้ําประกัน หรือหลักประกันอื่นๆ ในการค้ําประกัน การกู้ยืม

ธนาคารธนชาติ

จุดแข็งของสินเชื่อรถยนต์มือสองธนชาติ ถ้าเกิดคุณ กําลังมองหารถยนต์มือสอง แล้วก็แทบจะไม่มีงบ ประมาณเลย เพราะเหตุว่าจะต้องเอามาเวียน ใน ธุรกิจ สินเชื่อรถยนต์มือสองของแบงค์ธนชาติ คงจะ ตอบ ปัญหา ในส่วนใดส่วนหนึ่ง เพราะว่าคุณสามารถ ที่จะกระทําการกู้หนี้ยืมสินได้มากถึง 100% ของ ราคารถยนต์ ที่ประเมิน โดยแบงค์ นั่นนับว่า บางที อาจจะมากยิ่งกว่า หรือน้อยกว่าราคาจริงของรถยนต์ มือสองที่คุณปรารถนาซื้ออยู่น้อย

โดยนอกเหนือจากที่จะเป็นสินเชื่อสําหรับรถยนต์ มือ สองที่ให้กู้ในอัตราที่สูงแล้ว ยังให้ช่วงเวลาสําหรับ การผ่อนจ่ายคืนอย่างยาวนานถึง 7 ปี ในอัตรา ดอกเบี้ยที่ค่อนข้างต่ํา แต่ว่าอย่างไรก็ตาม อายุของ รถยนต์ ที่ต้องการจะทําการเช่าซื้อจําเป็นที่จะต้อง ไม่ เกิน 15 ปี และก็ต้องเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น

ธนาคารทิสโก้

จุดเด่นของสินเชื่อรถยนต์มือสองทิสโก้ เป็นสินเชื่อ ที่ให้กู้สําหรับผู้ที่ต้องการมีรถยนต์ หรือรถบรรทุก เป็นของตัวเอง โดยให้กู้ได้สูงสุด ที่ 80% ของราคา ประเมินสําหรับรถยนต์ ที่น่าดึงดูด ก็คือ ในเรื่องของ ดอก ที่สูงที่สุดได้ไม่เกิน ร้อยละ 7.5 ต่อปีเพียง เท่านั้น แต่ว่าสําหรับคนที่ชอบผ่อนนานๆ ผ่อนยาวๆ อาจจะจําเป็นต้องทําใจซักหน่อย เนื่องด้วยทิสโก้ ได้ให้ทําผ่อนได้ไม่เกิน 5 ปีเท่านั้นเอง แล้วก็บาง ครั้งอาจจะจําเป็นที่จะต้องมีผู้ค้ําประกันในการขอสิน เชื่อ ส่าหรับรถยนต์มือสอง

ธนาคารกรุงไทย

จุดเด่นของสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว ธนาคารกรุงไทย หาก บริษัทของคุณ ให้รับเงินเดือนผ่านช่องทางของ แบงค์กรุงไทยอยู่แล้ว การทําสินเชื่อรถยนต์ของ แบงค์กรุงไทย จะยิ่งง่ายเข้าไปอีก เนื่องจากคุณ สามารถที่จะกระทํากู้หนี้ยืมสิน และก็หักเงินเพื่อใช้ หนี้ใช้สิน ได้ในทันที ผ่านหนทางของแบงค์กรุงไทย ด้วยข้อจํากัด ที่น่าสนใจ คือ

ให้วงเงิน สําหรับสินเชื่อเพื่อรถยนต์มือสอง รุ่น ตั้งแต่ ปี 2000-2014 อีกทั้งรถเก๋ง รวมทั้งรถปิคอัพ ดอก คงเดิม ไม่เกินร้อยละ 3.75-7.25 ต่อปี และการ ยินยอม ที่เร็วทันใจ

และสําหรับในส่วนของกลุ่มคนที่มีอาชีพพิเศษ อย่าง หมอ อัยการ ผู้พิพากษา นักบิน จะสามารถ สมัครสินเชื่อรถยนต์มือสอง ในอัตราดอกเบี้ยที่ค่อย กว่า นอกจากนี้แล้ว ยังมีการอนุมัติ ที่

ธนาคารเกียรตินาคิน

จุดเด่นของสินเชื่อรถมือสอง ธนาคารเกียรตินาคิน เหมาะสำหรับคนที่กำลังวางแผนว่าจะซื้อรถยนต์มือสองผ่านเต็นท์รถ เพราะตัวสินเชื่อไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับการเช่าซื้อรถบ้านแต่อย่างใด โดยวงเงินกู้ที่ให้นั้น จะอยู่ที่เกือบ 100% ของราคารถพร้อมทั้งมีเจ้าหน้าที่ คอยดูแล และอำนวยความสะดวกในการทำเรื่องกู้ถึงในเต็นท์รถ

ส่วนระยะเวลาในการผ่อนชำระค่างวดของรถยนต์มือสองนั้น ทางเกียรตินาคินได้ให้คุณเลือกได้ว่าจะชำระนานแค่ไหน โดยเริ่มต้นที่ 12 เดือน ไปจนถึง 7 ปี ที่ดอกเบี้ยคงที่เฉลี่ย ตั้งแต่ 3.75% – 15% ต่อปี

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

สำหรับในส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยานั้น ได้มีสินเชื่อสำหรับรถยนต์มือ 2 อยู่ทั้งสิ้น 2 แบบด้วยกัน คือ

สินเชื่อรถยนต์มือสอง กรุงศรียูสคาร์ และสินเชื่อรถยนต์มือสองกรุงศรีรถบ้าน ซึ่งแต่ละแบบมีเงื่อนไข และดอกเบี้ย แตกต่างกัน

สนับสนุนโดย เต้นรถ มือสอง