ไม่พบฟาร์ม จระเข้ ดราม่าหนุ่มรับเลี้ยงหมาจรจัด ก่อนจับถ่วงน้ำ-โยนลงบ่อทั้งเป็น

ประมงจังหวัดราชบุรีลุยตรวจสอบฟาร์มเลี้ยง จระเข้ หลังมีการข่าวเผยแพร่การรีวิวสยอง หนุ่มโหดรับเลี้ยงหมาจรจัด ก่อนจับถ่วงน้ำ-จับโยนทั้งที่มีชีวิต เป็นอาหาร จระเข้

จากกรณีมีผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งออกมาแฉเบื้องหลังการเลี้ยงจระเข้ของชายคนหนึ่ง ซึ่งตามข้อมูลระบุอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ที่โพสต์อ้างว่ารับเลี้ยงสุนัขจรจัด แต่สุดท้ายกับนำมาเป็นอาหารอย่างสุดเหี้ยม โยนสุนัขให้จระเข้กินทั้งที่ยังมีชีวิต หรือวางยาสลบสุนัข แล้วจับยัดกระสอบถ่วงน้ำให้ตาย ก่อนนำมาชำแหละเป็นอาหารจระเข้แทนไก่ดิบ พร้อมเล่าวิธีการเลี้ยงจระเข้ โดยระบุว่า ได้ไปซื้อลูกจระเข้มาเลี้ยง และให้อาหารเป็นไก่สดทุกวัน แต่ช่วง โควิด-19 ธุรกิจชะลอตัวลง หมุนเงินไม่ทัน จึงหาอาหารให้จระเข้ไม่ได้ จนไปเจอสุนัขจรจัดเห่าใส่ เลยเกิดไอเดียขึ้น

ชายคนนี้ยังมีการอ้างอีกว่า ได้ลองจับสุนัขจรจัดนำขึ้นรถกระบะกลับฟาร์ม ตอนแรกลองโยนสุนัขตัวนั้นลงบ่อจระเข้ไปทั้งตัว แต่ก็เกินคาด จระเข้แสดงท่าทีว่าชอบ สามารถกินได้ทั้งตัว ซึ่งติดปัญหาตรงที่สุนัขส่งเสียงร้อง กลัวว่าข้างบ้านจะสงสัย จึงคิดได้ว่าจะต้องทำให้หมาตายก่อน จากนั้นจึงตระเวนหาสุนัขจรจัด และผสมยาสลบใส่ในอาหาร เมื่อสุนัขสลบก็จับขึ้นรถกลับฟาร์ม ก่อนจับยัดใส่กระสอบ และถ่วงน้ำจนตาย ก่อนชำแหละเป็นชิ้นๆ

ทั้งนี้ ยังมีการอ้างว่าสามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี โดยแต่ละวันจะเอาสุนัขที่ถูกชำแหละเตรียมไว้ ให้เป็นอาหารของจระเข้ในทุกเช้า หากวันไหนหาสุนัขจรจัดไม่ได้ ก็จะใช้แมวแทน จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายทารุณ และร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปตรวจสอบ

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (6 พ.ย.) นายประวิทย์ ละออบุตร ประมงจังหวัดราชบุรี ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบไปฟังฟาร์มเลี้ยงจระเข้ที่ได้ขึ้นทะเบียนทั้งหมด 41 ฟาร์ม ในจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งตรวจสอบรายชื่อฟาร์ม และนำเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงจระเข้ ในเขตพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี อำเภอดำเนินสะดวก และ อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ซึ่งถูกระบุในพื้นที่ที่อยู่และพิกัดของชายหนุ่มคนดังกล่าว

ด้าน นายประวิทย์ ประมงจังหวัดราชบุรี เปิดเผยว่า จากการที่ให้ทางเจ้าหน้าที่ประมงทุกอำเภอตรวจสอบฟาร์มเลี้ยงจระเข้ ในจังหวัดราชบุรี ซึ่งมีเกษตรกรผู้เพราะเลี้ยงจระเข้จำนวน 41 ฟาร์ม มีจระเข้ทั้งหมด 47,000 กว่าตัว และไม่พบฟาร์มจระเข้ตามที่ปรากฏเป็นข่าวแต่อย่างใด ทางประมงจะมีการตรวจสอบเป็นระยะ เพราะเกษตรกรผู้เพราะเลี้ยงจระเข้จะต้องมีการต่ออายุทุก 3 ปี ซึ่งฟาร์มส่วนใหญ่จะเลี้ยงด้วยไก่ และซากหมูตายเป็นส่วนใหญ่

ตนได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเข้าไปยังบัญชีเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อดังกล่าว ก็ไม่พบข้อมูลที่ยืนยันตัวตนจริงว่าเป็นเกษตรกรผู้เพราะเลี้ยงจระเข้ในจังหวัดราชบุรี จากหมายเลขโทรศัพท์ที่ก่อนหน้าที่ได้มีการโพสต์เพื่อรับเลี้ยงสุนัขจรจัด ซึ่งโทรติด แต่ไม่มีผู้รับสาย ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีอำนาจในการที่จะไปขอตรวจโดยละเอียดว่าใช้บุคคลดังกล่าวจริงหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความและแจ้งเรื่องมายังสำนักงานแต่อย่างไร

ขณะนี้ทำได้แต่เพียงเข้าไปตรวจสอบหากพบว่ามีการลักลอบการเพาะเลี้ยงจระเข้ก็จะสามารถดำเนินคดีตามกฎหมาย ในกรณีที่ไม่มีใบอนุญาตครอบครองทันที เพราะจระเข้เป็นสัตว์ควบคุมต้องมีการขออนุญาตในการครอบครอง

สำหรับโทษหากมีการฝ่าฝืน จะมีกฎหมาย 2 ฉบับ ตามพระราชกำหนดสัตว์ป่าสงวน มีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี กับตามพระราชบัญญัติของกรมประมง พ.ศ.2558 และพระราชบัญญัติของกรมประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 ทั้ง 2 ฉบับ ประตั้งแต่ 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 ปี

นายประวิทย์ ประมงจังหวัดราชบุรี กล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนทั่วไทยที่จะเลี้ยงจระเข้ไว้ในครอบครองต้องมาขึ้นทะเบียนที่สำนักงานประมง และไม่ควรทำตามที่ปรากฏอยู่ในโซเชียล เพราะเป็นเรื่องที่ทารุณกรรมสัตว์ และมีโทษตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีความผิดตามกฎหมายตามพระราชกำหนดสัตว์ป่าสงวน และ พระราชบัญญัติของกรมประมง ทั้ง 2 ฉบับ ด้วย หากประชาชนพบเห็นสามารถแจ้งมาได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดราชบุรี

ด้าน นายพรชัย เตรียมพาณิชย์ เกษตรกรผู้เลี้ยงจระเข้ คู่กับการเลี้ยงสุกร ซึ่งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองราชบุรี กล่าวว่า ตนเองเลี้ยงจระเข้ มากว่า 30-40 ปีแล้ว ปัจจุบันมีจระเข้ประมาณ 2000 กว่าตัว โดยเลี้ยงซากหมูที่ตายเป็นอาหารหากไม่พอก็จะซื้อโครงไก่หรือหัวมาเลี้ยงบ้าง

ส่วนกรณีที่นำสุนัขจรจัดมาเป็นอาหารตนในฐานะเลี้ยงจระเข้มานานมีความคิดเห็นว่าไม่สมควร เพราะเหมือนเป็นการทารุณกรรมสัตว์ ถามว่าเลี้ยงได้ไหมก็เลี้ยงได้เพราะจระเข้กินเนื้อสดแต่เป็นส่วนน้อยซึ่งก็ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีใครจะนำสุนัขมาเป็นอาหาร

อย่างไรก็ดี ผู้สื่อข่าวได้พยายามตรวจสอบไปตามแหล่งข้อมูลทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ พบว่ามีภาพดังกล่าวที่ชายหนุ่มคนดังกล่าวนำมาโพสต์นั้น ล้วนแต่นำมาจากในอินเทอร์เน็ต และเบอร์โทรที่ใส่ไว้ในเฟซบุ๊กก็ไม่สามารถติดต่อได้ ชื่อนามสกุลที่อยู่ในโปรไฟล์ของเฟซบุ๊กดังกล่าว ก็ไม่มีในระบบทะเบียนราษฎร์ และภาพทั้งหมดนำมาจากอินเทอร์เน็ต

สนับสนุนโดย  ufabet24

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *