เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ CEO บริษัท Show No Limit

เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ CEO บริษัท Show No Limit หรือเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ก่อตั้งเพจดังแบไต๋ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ Will Smith (วิล สมิธ) นักแสดงนำระดับ Hollywood ที่เดินทางมาเปิดตัวภาพยนตร์ในงานฉายภาพยนตร์รอบปฐมนิเทศภาพยนตร์เรื่อง GEMINI MAN ที่กรุงไทเป ไต้หวัน ระหว่างสัมภาษณ์นักแสดงดัง หนุ่ย-พงศ์สุข ถึงกับอึ้ง หลังยิงคำถามไปที่วิล สมิธว่า “หากย้อนกลับไปตอนอายุ 23 ปีได้ เขามีเรื่องคาใจอะไรที่จะอยากจะถามตัวเองบ้างหรือไม่?” ซึ่งช่วงแรกนักแสดงหนุ่มก็พูดถึงตัวเองในวัยหนุ่มว่าเป็นคนที่มีความมุ่งมั่น มีวินัย และปราศจากซึ่งความกลัวต่ออุปสรรค แต่คำตอบในช่วงท้าย วิล สมิธ กลับเผยว่า “หากเป็นไปได้ เขาก็ไม่อยากเล่นหนังเรื่อง Wild Wild West เพราะทำให้เขาพลาดที่จะรับบทนำในหนังเรื่อง The Matrix หนังไซไฟ ปรัชญาที่กลายเป็นงานคลาสสิก” ย้อนกลับไปในปี 1999 Will Smith (วิล สมิธ) ได้กลับมาร่วมงานกับ แบรี ซอนเนนเฟลด์ อีกครั้งหลังร่วมกันปั้น Men In Black หรือ MIB หนังไซไฟจารชนปกป้องโลกจากเอเลี่ยน และคราวนี้กับโจทย์ที่ทะเยอทะยานกว่าเดิม คือ การทำหนังแนวคาวบอยสตีมพังค์อย่าง Wild Wild West ซึ่งคราวนี้ วิล สมิธ รับบทเป็น จิม เวสต์ นักสืบเจ้าเสน่ห์ที่ต้องช่วยชีวิตประธานาธิบดีจากผู้ก่อการร้ายครึ่งจักรกลที่ขนอาวุธล้ำ ๆ ด้วยพลังจักรไอน้ำมาทวงแค้นหลังแพ้สงครามกลางเมือง Wild Wild West ใช้ทุนสร้างไปราว 170 ล้านเหรียญ และทำรายได้จากทั่วโลกได้ 222 ล้านเหรียญ แถมมาด้วยคำวิจารณ์ในแง่ลบที่เหล่านักวิจารณ์ต่างรุมสับบทหนังที่ไร้เหตุผล และมุ่งขายแต่สเปเชียลเอฟเฟกต์ประหลาด ๆ แบบไม่ลืมหูลืมตา ขณะที่ The Matrix กลายเป็นหนังไซไฟขึ้นหิ้งแห่งยุคและกวาดทั้งเงินและรับคำชมจากนักวิจารณ์อย่างล้นหลาม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเมื่อเทียบ Wild Wild West กับ The Matrix จึงต่างกันอย่างฟ้ากับดิน และกลายมาเป็นตราบาปที่ วิล สมิธ รู้สึกว่าเขานั้นตัดสินใจผิดพลาดอย่างมหันต์ในชีวิตเลยทีเดียว Show No Limit อ่านต่อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *