ไม่กลัว! ชาวอเมริกัน ในรัฐฟลอริดา เดินหน้าต่อต้านสวมหน้ากากอนามัย

ชาวอเมริกัน ในรัฐฟลอริดา แห่เดินขบวนต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัย แม้สหรัฐฯ จะมียอดผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจากโรค โควิด-19 มากที่สุดในโลก

ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด พุ่งสูงกว่า 10,820,163 คน เสียชีวิตกว่า 519,274 คน โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยสหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งทะลุกว่า 51,000 คน ซึ่งนับเป็นสถิติใหม่ที่สูงที่สุดตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโรค

ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 2,780,152 คน เสียชีวิตกว่า 130,798 คน บราซิลมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มกว่า 44,000 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 1,453,369 คน เสียชีวิตกว่า 60,713 คน และที่อินเดียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเกือบ 20,000 คน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่กว่า 605,775 คน และเสียชีวิตมากกว่า 17,855 คน

ทั้งนี้ ชาวอเมริกัน ได้ออกมาประท้วงต้านการสวมหน้ากากอนามัยในรัฐฟลอริดา โดยที่รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ มีรายงานประชาชนจำนวนหนึ่ง พากันเดินขบวนต่อต้านการสวมหน้ากากอนามัยในเมืองแซนฟอร์ด พร้อมอ้างว่าการสวมหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งที่ทุกคนควร “เลือกได้” เพราะเป็นร่างกายของตนเอง และยังเสนอให้มีการลงคะแนนจากประชาชนว่า ต้องการสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่

ขณะที่ ตลาดค้าส่ง “ซินฟาตี้” ในกรุงปักกิ่ง ของจีน ซึ่งเป็นจุดแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในกรุงปักกิ่ง มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อต่าง ๆ

อ่านต่อ

ไม่เหลือชิ้นดี รถไฟ ชนรถบัสแสวงบุญในปากีสถาน ตายอย่างน้อย 20 ศพ

รถไฟ โดยสารพุ่งชนรถบัสที่บรรทุกผู้แสวงบุญชาวซิกข์ ทางตะวันออกของปากีสถาน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน และบาดเจ็บอีก 8 คน ตามรายงานของ Associated Press

อุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณเขต Sheikhupura ในจังหวัดปัญจาบของปากีสถาน เมื่อวันศุกร์ โดยรถบัสที่ขนนักแสวงบุญชาวซิกข์จากเปชวาร์ กำลังมุ่งหน้ากลับบ้าน คนขับรถบัสพยายามจะขับผ่านแยกทางรถไฟแต่ล้อรถบัสติดกับรางรถไฟ จนไปสู่เหตุสลด

ทางการปัญจาบ รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 คน บาดเจ็บอย่างน้อย 8 คน โดย 2 คนอาการสาหัส

ด้านนายกรัฐมนตรีอิมราน ข่าน ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้หน่วยงานท้องถิ่นดูแลผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่

อุบัติเหตุทางรถไฟเกิดขึ้นบ่อยครั้งในปากีสถาน จากการขาดมาตรฐานความปลอดภัยในการเดินรถไฟ ระบบรางที่ย่ำแย่ และความประมาทของคนขับรถไฟ โดยเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่รถไฟพุ่งชนรถบัสที่ขับผ่านทางแยกตัดรางรถไฟ ทางตอนใต้ของปากีสถาน คร่าชีวิต 19 คน และบาดเจ็บอีก 28 คน

อ่านต่อ

ยอดติด เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โควิด-19 ทะยานแตะ 11 ล้านรายทั่วโลกแล้ว

ยอดติด เชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ทะลุ 11 ล้านรายทั่วโลกในวันศุกร์ และคร่าชีวิตผู้คนกว่าครึ่งล้านในช่วง 7 เดือนที่ไวรัสอุบัติขึ้น ด้านองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ร้ายแรงรายปีถึง 2 เท่าตัวแล้ว

ขณะนี้หลายประเทศที่พบการระบาดหนัก เริ่มผ่อนคลายล็อกดาวน์แบบค่อยเป็นค่อยไป ท่ามกลางความหวังว่าวัคซีนโควิดจะสามารถผลิตได้ทันเวลา บางประเทศพบการกลับมาระบาดซ้ำ จนต้องกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าจะได้เห็นมาตรการเหล่านี้ต่อไปจนถึงปีหน้า

อย่างที่สหรัฐฯ ทำสถิติผู้ติดเชื้อใหม่ทะลุ 5.5 หมื่นรายในวันพฤหัสบดี และผู้ว่าการรัฐหลายแห่งชะลอแผนการเปิดเศรษฐกิจเฟสใหม่หลังตัวเลขติดเชื้อพุ่งสูง ล่าสุด สหรัฐฯมีผู้ติดเชื้อราว 2.8 ล้านราย และเสียชีวิต 1.29 แสนราย

อ่านต่อ

อาลัย อาสาสมัคร ตำรวจบ้านช่วยเหตุกระบะพลิกคว่ำ จู่ๆ ถูกคนขับยิงตาย

อาสาสมัคร ตำรวจบ้านรีบรุดมาดูเหตุกระบะพลิกคว่ำ เจอถูกคนขับรถยิงตาย เจ้าของร้านลาบพลเมืองดีถูกยิง เจ็บอีก 1

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (3 กรกฎาคม 63) เมื่อเวลา 02.15 น. เจ้าหน้าที่ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกอาวุธปืนยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณริมถนนสุขุมวิท ขาเข้าระยอง ม.7 ต.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ที่เกิดเหตุพบร่าง นายฤทธิรงค์ อายุ 33 ปี อาสาสมัครตำรวจบ้าน สภ.พลูตาหลวง ถูกอาวุธปืนยิงเข้าบริเวณหน้าท้อง 2 นัด หน้าอก 1 นัด และแขนขวา 2 นัด นอนจมกองเลือด โดยมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพกู้ภัยช่วยกันปั๊มหัวใจ ก่อนจะทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่ง รพ.

ใกล้กันพบผู้ก่อเหตุนอนหมดสติ ไม่รู้สึกตัวในอาการคล้ายคนเมาสุรา ทราบชื่อ นายจิรัฎฐ์ อายุ 23 ปี คนขับรถกระบะ โดยมี นางสาวสุทินา อายุ 23 ปี แฟนสาวนั่งอยู่ข้างตัว โดยก่อนหน้านี้พลเมืองดีได้นำร่างของนายอดุลย์ อายุ 49 ปี เจ้าของร้านลาบก้อย ถูกอาวุธปืนยิงเข้าที่แขนขวาจำนวน 1 นัด นำส่งไปยังโรงพยาบาลแล้ว โดยทั้งหมดถูกนำส่งยังโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กรมแพทย์ทหารเรือ

ที่เกิดเหตุพบปืน ซิกซาวเออร์ ขนาด .9 มม จำนวน 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด 9 มม.จำนวน 5 ปลอก หัวกระสุน จำนวน 1ลูก และลูกกระสุนอีกจำนวน 1 นัด เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ห่างไป 5 เมตร พบรถกระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ ตอนเดียว สีเทาดำ หมายเลขทะเบียน 612 ตรัง ของผู้ก่อเหตุในสภาพพลิกคว่ำตะแคงข้าง อยู่หน้าร้านลาบก้อย

สอบถาม พันจ่าเอก สมศักดิ์ อายุ 43 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า นายจิรัฎฐ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ขับรถกระบะ มาพร้อมแฟนสาว ก่อนจะประสบเหตุเสียหลักพลิกคว่ำหน้าร้านลาบก้อย ซึ่งตนนั้นได้นั่งอยู่ภายในร้านจึงได้ออกไปช่วยเหลือ โดยมี นายอดุลย์ เจ้าของร้าน ออกไปด้วยกัน พร้อมกับโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ

ขณะนั้น นายฤทธิรงค์ ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็น อาสาสมัคร ตำรวจบ้าน ได้ขี่ จยย.มาตรวจสอบอุบัติเหตุ ซึ่งพวกตนและผู้ตายก็ได้ช่วยกันนำตัวผู้ก่อเหตุและแฟนสาวออกมาจากตัวรถ ซึ่งก็ยังพูดคุยกันดีๆ ไม่น่าจะมีอะไร ตนจึงขอตัวเดินเข้าไปในร้าน ขณะนั้นแฟนสาวของผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์ตามเพื่อน เพื่อมารับกลับบ้าน โดยมีเจ้าของร้านและผู้ตายช่วยกันพาตัวผู้ก่อเหตุไปขึ้นรถเก๋ง

แค่เสี้ยววินาที ตนก็ได้ยินเสียงปืนจำนวนหลายนัด จึงรีบวิ่งออกไปดูก็พบว่าเจ้าของร้านและอาสาสมัครตำรวจบ้าน ถูกนายจิรัฎฐ์ ผู้ก่อเหตุ ใช้อาวุธปืนยิงจนล้มลงไปนอนได้รับบาดเจ็บ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เดินทางมาถึงจึงเข้าระงับเหตุได้ดังกล่าว

นางสาวสุทินา อายุ 23 ปี แฟนสาวผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนและแฟนหนุ่มได้ไปนั่งดื่มสุราที่บ้านพ่อของตน ในตัวอำเภอสัตหีบ ก่อนจะเดินทางกลับบ้านพัก ขณะนั้นรถกระบะได้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำ ก่อนจะมีพลเมืองดีช่วยเหลือออกมาจากตัวรถ ตนจึงได้โทรศัพท์หาเพื่อนมารับเพื่อจะกลับบ้านพัก

ขณะนั้นตนได้เดินไปขึ้นรถเพื่อน โดยแฟนหนุ่มมีพี่เจ้าของร้านที่ออกมาช่วย และพี่อาสาสมัครตำรวจบ้านช่วยกันพาตัวมาขึ้นรถ ก่อนที่ตนจะได้ยินเสียงปืน จึงได้หันไปดูก็พบว่ามีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้น ซึ่งตนก็ไม่เห็นจังหวะที่ยิงกันแต่อย่างใด

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ สมใจ ผกก.สภ.พลูตาหลวง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนั้นผู้ตายซึ่งเป็นอาสาสมัครตำรวจบ้านได้ยินวิทยุ จึงขับขี่ จยย.ออกไปตรวจสอบและให้การช่วยเหลือ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจกำลังไปสนับสนุนในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบว่า อาสาสมัครตำรวจบ้านถูกอาวุธปืนยิงนอนได้รับบาดเจ็บ และยังมีเจ้าของร้านถูกอาวุธปืน อีก 1ราย จึงเข้าทำการระงับเหตุและสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุพร้อมอาวุธปืน

อ่านต่อ

แฟรนไชส์ “พิซซ่าฮัท” ในสหรัฐฯ ยื่นล้มละลาย หนี้ท่วม 27,985 ล้านบาท

เจ้าของแฟรนไชส์ พิซซ่าฮัท และ เวนดีส์ รายใหญ่ในสหรัฐฯ ยื่นขอล้มละลาย หลังเจอวิกฤต โควิด-19 ระบาดที่ทำให้ต้องปิดสาขาร้านอาหารตามมาตรการป้องกันโรค

บริษัทเอ็นพีซี อินเทอร์เนชันนัล ได้ยื่นขอล้มละลาย หลังจากเจอมรสุมปัญหามากมาย อย่างการปิดร้านอาหารตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ภาระหนี้ 900 ล้านดอลลาร์ (ราว 27,985 ล้านบาท) ค่าแรงและค่าอาหารที่เพิ่มสูงขึ้น และพิซซ่าฮัท ซึ่งเป็นแฟรนไชส์หลักของบริษัทเอ็นพีซีก็เริ่มขายไม่ค่อยดีนักในช่วงหลังมานี้ แต่ระหว่างที่บริษัทดำเนินการยื่นล้มละลาย ร้านอาหารของเอ็นพีซีก็จะยังเปิดให้บริการต่อไป

บริษัทเอ็นพีซีเป็นเจ้าของแฟรนไชส์ เวนดีส์ 385 สาขาจากทั้งหมดประมาณ 6,500 สาขาในสหรัฐฯ และแฟรนไชส์ ‘พิซซ่าฮัท’ จำนวน 1,225 สาขา จากทั้งหมด 7,100 สาขาในสหรัฐฯ โดยเว็บไซต์ของเอ็นพีซีเปิดเผยว่า บริษัทจ้างพนักงานประมาณ 36,000 คนใน 27 มลรัฐ เป็นพนักงานประจำ 7,500 คน และพนักงานพาร์ทไทม์ประมาณ 28,500

Advertisement
เอ็นพีซียื่นล้มละลายไม่นาน หลังจากที่บริษัทได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัท Yum! Brands เจ้าของแบรนด์พิซซ่าไม่เพียงพอ ถือเป็นสัญญาณเตือนว่าอุตสาหกรรมฟาสต์ฟู้ดในสหรัฐฯ กำลังประสบปัญหาหนักจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ด้านโฆษกพิซซ่าฮัท เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า พิซซ่าฮัทคาดการณ์ได้ว่าจะมีการยื่นล้มละลาย และพิซซ่าฮัทสนับสนุนที่บริษัทเอ็นพีซีจะเข้าสู่กระบวนการจัดการระดับหนี้สินให้ต่ำลงและยั่งยืนมากขึ้น และมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการที่ยอดเยี่ยม และการลงทุนร้านอาหารในระดับที่ดีขึ้น การยื่นล้มละลายจะทำให้สุขภาพธุรกิจและประสิทธิภาพของระบบทั้งหมดเข้มแข็งขึ้นในระยะยาว

อ่านต่อ

Sanook คลุกข่าวเช้า 3 ก.ค. 63 คนบันเทิงร่วมไว้อาลัย “คุณพ่อของ แต้ว ณฐพร”- เหมืองหยกในเมียนมาถล่ม

อัปเดตข่าวสารยามเช้า ประจำวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2563 ติดตามข่าวสารต่างๆ ล่าสุด คนบันเทิงร่วมไว้อาลัย “คุณพ่อณรงค์” พ่อนางเอกสาว “แต้ว ณฐพร” ส่งกำลังใจให้เต็มเปี่ยม, เหมืองหยกในเมียนมาถล่ม คนงานเสียชีวิตไม่ต่ำ 100 ศพ สูญหายจำนวนมาก,ยิงโหดเหมือนโกรธแชมป์! เรือใบ กระหน่ำรัวหงส์เละ 4-0 ศึกพรีเมียร์ลีก

สามารถติดตามอ่านและใช้บริการกดฟังเสียงอ่านข่าว หรือเนื้อหาต่างๆ บนเว็บไซต์ Sanook โดยสังเกตสัญลักษณ์รูปลำโพง แล้วให้ระบบ AI อ่านเนื้อหาให้ฟังได้อีกด้วย อย่าลืมติดตามฟังจนจบนะคะ

คนบันเทิงร่วมไว้อาลัย “คุณพ่อณรงค์” พ่อนางเอกสาว “แต้วณฐพร” ส่งกำลังใจให้เต็มเปี่ยม
บรรยากาศในงานพิธีรดน้ำศพ พล.อ.ต.ณรงค์ เตมีรักษ์ คุณพ่อของนางเอกสาว แต้ว ณฐพร ณ ศาลาบุพการีอนุสรณ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (บางเขน) เป็นไปอย่างโศกเศร้า มีคนในวงการเดินทางมาร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคนสนิทข้างกายคนสำคัญอย่าง ประณัย พรประภา ขณะที่นักร้องสาว ลิซ่า BLACKPINK ได้ส่งพวงหรีดร่วมไว้อาลัย คุณพ่อแต้ว ณฐพร ด้วย ทั้งนี้้คนในครอบครัวเตมีรักษ์ ได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า คุณพ่อของแต้วได้เดินไปดันรถบริเวณด้านท้ายรถเพื่อเคลื่อนรถ แต่รถกลับไหลมากระแทกบริเวณกระดูกเชิงกราน ทำให้ภายในได้รับการกระทบกระเทือนอย่างมาก และส่งผลให้มีเลือดออกค่อนข้างมาก พร้อมขอบคุณทุกๆ คนที่ส่งกำลังใจให้กับครอบครัวด้วย

โดยพิธีสวดพระอภิธรรมจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคมนี้ จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม ก่อนจะหยุดพักสวด 2 คืนในวันอาสาฬหบูชา และ วันเข้าพรรษา และจะมีพิธีสวดอภิธรรมอีกครั้งในวันที่ 7-12 กรกฎาคม โดยวันที่ 13 กรกฎาคมจะมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุ 1 ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (บางเขน)

เหมืองหยกในเมียนมาถล่ม คนงานเสียชีวิตไม่ต่ำ 100 ศพ สูญหายจำนวนมาก
เมื่อวานนี้มีรายงานข่าวจากรัฐคะฉิ่น ประเทศเมียนมาว่าเกิดเหตุดินถล่มลงมาบริเวณเหมืองหยก ที่หมู่บ้านห้วยข่า รัฐคะฉิ่น ทำให้คนงานที่กำลังขุดดินในเขตสัมปทานที่มีเขาสูง สูญหายไปกับดินโคลนหลายร้อยคน โดยก่อนเกิดเหตุมีฝนตกลงตลอดทั้งคืน จนถึงรุ่งเช้า ทำให้เกิดดินสไลด์ถล่มลงในแอ่งน้ำกลางหุบเขา จนกลายเป็นมวลน้ำขนาดใหญ่พัดร่างคนงานลงไปในน้ำโคลน

เจ้าหน้าที่ทางการเมียนมา ทั้งทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัย ช่วยกันค้นหาศพล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้พุ่งไปถึง 125 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย การดำเนินการค้นหาเป็นไปค่อนข้างยากลำบาก เพราะไม่สามารถใช้อุปกรณ์ขนาดใหญ่สำหรับปฎิบัติการกู้ภัยได้

ล่าสุดมีคลิปนาทีมรณะ ซึ่งตำรวจท้องถิ่นให้ข้อมูลกับสำนักข่าวซินหัวว่าเป็นที่น่าหวาดกลัวว่ามีคนงานหลายร้อยรายถูกดินถล่มกลบฝังในช่วงเวลาดังกล่าว โดยยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตทั้งหมดอย่างแน่ชัด

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-20 “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ประจำซีซั่นนี้

อ่านต่อ

ตามหา ทองคำหนัก 45 บาท หนุ่มบิ๊กไบค์ทำหล่นหายระหว่างเอาไปขาย

พี่โพสต์ช่วยตามหา ทองคำหนัก 45 บาท น้องชายขี่บิ๊กไบค์ไปขายแต่ทำหล่นระหว่างทาง ตำรวจยืนยันมาเข้าแจ้งความไว้แล้ว

เมื่อวันที่ (2 กรกฎาคม 63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความ ประกาศตามหาทองคำรูปพรรณ ทองคำหนัก รวม 45 บาท ที่คาดว่าน้องชายทำหล่นหายระหว่างนำทองไปขาย โดยขี่บิ๊กไบค์ผ่านเส้นทางระหว่างห้วยสะแก -บึงสามพัน เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ช่วงเวลาประมาณ 12.00-13.00 น.

ผู้โพสต์ระบุว่าทองดังกล่าว น้องชายทำการสะสมมานานถึง 20 ปี โดยทั้งจากซื้อมาเอง และจากญาติๆ ซื้อเป็นของขวัญให้ ซึ่งตนเองเห็นว่าช่วงนี้ราคาทองปรับตัวสูงขึ้นมากเกินกว่าบาทละ 25,000 บาท จึงคุยกับน้องชายว่า ถ้ามีทองให้รีบนำออกมาขาย วันเกิดเหตุน้องชายจึงนำทองใส่ในกระเป๋าเป้สะพาย แล้วสะพายไว้ด้านหลัง เพื่อจะนำมาขาย

โดยขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่เพิ่งจะซื้อมาได้เพียง 2 เดือน มาตามทางหลวงหมายเลข 21 สายสระบุรี-หล่มสัก โดยเริ่มตั้งแต่ตัวเมืองเพชรบูรณ์ มารู้ตัวอีกทีว่าทองหล่นหาย ก็มาถึงพื้นที่อำเภอบึงสามพัน จึงทำการแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมทั้งโพสต์ข้อความเผื่อใครที่เก็บได้ ให้ช่วยนำมาคืน และจะมีค่าตามหา ค่าเสียเวลาให้

ส่วนสาเหตุที่ทองหล่นหาย ตนเองเชื่อว่าน้องชายไม่มีประสบการณ์ เวลาขับรถปกติกระเป๋าเป้จะต้องสะพายไว้ด้านหน้า เมื่อสะพายไว้ด้านหลังเมื่อขับรถเร็วๆ ก็จะทำให้ลมตีจนกระเป๋าเปิดออกได้ ล่าสุด ตัวน้องชายที่ทำทองหล่นหาย ก็กำลังทำการติดตามทอง โดยไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พร้อมกันนี้ก็ขอฝากร้านทองในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ช่วยตรวจสอบให้ด้วยกรณีมีคนนำทองมาจำหน่ายให้กับทางร้านเป็นจำนวนมากๆ

ล่าสุด พบว่าน้องชายของผู้โพสต์ หรือ นายวรวุฒิ อายุ 39 ปี ได้เข้าแจ้งความลงประจำวันไว้ที่ สภ.นาเฉลียง อ.หนองไผ่ ตั้งแต่วันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่า กล้องวงจรปิดที่บริเวณ 4 แยกไฟแดงนาเฉลียง สามารถบันทึกภาพผู้เสียหายได้ขับรถผ่านในวันเกิดเหตุ คาดว่าเกิดจากแรงลมของการขับรถจักรยานยนต์ด้วยความเร็ว ทำให้กระเป๋าเป้เปิดออกทำให้ทรัพย์สินหล่นหายระหว่างทาง

อ่านต่อ

Sanook คลุกข่าวเช้า 2 ก.ค. 63 ศาลรัฐธรรมนูญคงสถานะ ส.ส. “สิระ”

อรุณสวัสดิ์ค่ะทุกๆ คน พบกับ Sanook คลุกข่าวเช้าประจำวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563 เชื่อว่าเมื่อวานนี้หลายคนคงลุ้นกับการตรวจผลหวยจนตัวโก่งกันเลยใช่มั้ยล่ะ! ใครที่ถูกหวยทีมงาน Sanook ก็ขอแสดงความยินดีด้วย ส่วนใครที่ไม่ถูกรางวัลก็ไม่ต้องเสียใจไปนะคะ ชีวิตเราต้องสู้ต่อไปค่ะ เอาล่ะ…เข้าสู่เดือนที่ 7 ของปี 2563 ประเด็นที่น่าติดตามหนีไม่พ้นไวรัสโควิด-19 ทว่าคราวนี้มีคำเตือนมาจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ว่า “การ์ดอย่าตก” หลังพบเชื้อไวรัสหมูสายพันธุ์ใหม่ในจีน ส่วนบ้านเรานั้นกรมปศุสัตว์ก็เคลมว่า “เอาอยู่” อย่างมั่นใจเพราะมีระบบคุมเข้ม และสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ อีกทั้งประเด็นร้อนแรงทางการเมือง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไฟเขียวคงสถานะ ส.ส. “สิระ” และไม่รับตรวจสอบ “ธรรมนัส” ปมภรรยาถือหุ้นตลาดคลองเตย ถ้าพร้อมแล้วไปกดปุ่มลำโพงเพื่ออัปเดตข่าวฮอตกันได้เลย

สิระ เจนจาคะ รอด! ศาลรัฐธรรมนูญให้เป็น ส.ส. ต่อไป หลังฝ่ายค้านยื่นตรวจสอบโชว์กร่างที่ภูเก็ต

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก ด้วยคะแนน 7-1 ในวันนี้ (1 ก.ค.) ให้คงสถานะการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ไว้ หลังจากก่อนหน้านี้ ส.ส. ฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า การที่นายสิระพูดจาด้วยน้ำเสียงรุนแรงต่อตำรวจนายหนึ่ง ขณะลงพื้นที่ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเดือนสิงหาคม 2562 เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 185 (1) ของรัฐธรรมนูญหรือไม่

โดยมาตราดังกล่าวมีเนื้อหาห้ามให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้อำนาจหรือตำแหน่งของตัวเองแทรกแซงข้าราชการประจำและพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐ เพื่อประโยชน์ของตัวเองหรือของพรรคการเมือง

ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับตรวจสอบธรรมนัส! ปมภรรยาถือหุ้นตลาดคลองเตย

ศาลรัฐะรรมนูญไม่รับคำร้องพิจารณาสถานะการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ส.ส. จ.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ

ก่อนหน้านี้ ส.ส. จำนวน 54 คน เข้าชื่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบสมาชิกภาพ ส.ส. ของนายธรรมนัส โดยอ้างว่าภรรยาของนายธรรมนัสถือหุ้นของบริษัท ตลาดคลองเตย (251) จำกัด และบริษัทนี้ยังทำสัญญาเช่าพื้นที่กับการท่าเรือแห่งประเทศไทย จึงสงสัยว่าจะเป็นการทำสัญญาผูกขาดหรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การกระทำดังกล่าวไม่ใช่การผูกขาด และการที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบนั้นก็ไม่เข้าเกณฑ์ใดๆ ตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ที่จะให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ จึงไม่รับคำร้องดังกล่าว

กรมปศุสัตว์แนะอย่าตื่นตระหนก “ไข้หวัดหมู G4” พบเฉพาะในจีน หมูไทยปลอดภัยแน่นอน

จากกรณีที่มีข่าวพบการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ในจีนที่ระบุว่าเป็น “ไข้หวัดหมู” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องทางพันธุกรรมกับเชื้อไวรัส H1N1 2009 ที่เคยระบาดใหญ่ในปี 2552 นั้น ล่าสุดกรมปศุสัตว์ได้ออกมายืนยันถึงสถานการณ์ไวรัสดังกล่าวไม่น่ากังวล พร้อมอย่าได้ตื่นตระหนกกับกระแสข่าวดังกล่าว เนื่องจากอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรในไทยมาตรฐานสากล มีความปลอดภัยด้านอาหารระดับสูง และสามารถป้องกันโรคระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่สามารถป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ที่ระบาดในหลายประเทศได้
นอกจากนี้ กรมปศุสัตว์แนะว่าเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อเนื้อสัตว์ประเภทต่างๆ ประชาชนควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐานด้วยการสังเกตสัญลักษณ์ “ปศุสัตว์ OK” ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้จากฟาร์มถึงร้านที่จำหน่าย

อ่านต่อ

ผอ.เผยภาพอีกมุม สยบดราม่านักเรียนยืนตากฝนรอวัดอุณหภูมิ

ผอ.โรงเรียนสามโคก แจงดราม่าภาพนักเรียนยืนตากฝนรอเข้าคิวตรวจวัดอุณหภูมิ ชี้ครูและบุคลากรทุกคนทำเต็มที่เพื่อปกป้องลูกๆ 4,300 ชีวิต

จากกรณีที่ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ซึ่งมีการเปิดเรียนเป็นวันแรก มีนักเรียนรอเข้าโรงเรียนแถวยาวออกมานอกอาคาร โดยนักเรียนต้องยืนกลางร่มท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาเพื่อรอคิวให้ครูวัดอุณหภูมิ

ล่าสุด (1 กรกฎาคม 63 ) เมื่อเวลา 22.48 น. นายชูชาติ เที่ยงธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสามโคก ได้โพสต์ภาพอีกมุมเพื่อชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว เป็นภาพของคุณครูและบุคลากรในโรงเรียนมายืนถือร่มเป็นแถวยาวให้นักเรียนที่กำลังลงจากรถบัสเข้าโรงเรียน พร้อมยืนยันว่าทุกคนทำงานเพื่อนักเรียน 4,3000 ชีวิต อย่างเต็มกำลัง พร้อมเตือนให้นักเรียนของโรงเรียนงดตอบโต้ และพร้อมน้อมรับคำติชมเพื่อนำมาแก้ไข

ผู้อำนวยการโรงเรียนสามโคก ระบุว่า “หากได้ยินเรื่องราวจากที่ใด ขอขอบคุณที่ใส่ใจและหวังดีครับ ภาพเหล่านี้ ตอบทุกอย่าง กำลังใจของพวกเราจะไม่สูญหายไป กับผู้ไม่อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ จับมือเดินหน้าต่อไป ขอจิตวิญญาณความเป็นครูของพวกเรายังสงบและไม่ถูกบั่นทอนด้วยสิ่งอื่นใด

อ่านต่อ

นักร้อง ชื่อดังถูกยิงสังหาร เอธิโอเปียเกิดจลาจลหนัก คร่าไปแล้วกว่า 80 ชีวิต

นักร้อง  กองทัพคุมเมืองหลวงเอธิโอเปีย หลังเหตุจลาจลที่ถูกจุดชนวนจากการยิงสังหาร ฮาคาลู ฮันดีซ์ซา นักร้องชื่อดัง คร่าไปกว่า 80 ชีวิต

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันพุธ (1 กรกฎาคม 63) กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์ในกรุงอาดดิสอาบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปีย หลังจากที่มีการจลาจลรุนแรงบนท้องถนนเข้าสู่วันที่ 2 ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 80 คน

เบเดซซา เมอร์ดัซซา ผู้บัญชาการตำรวจแคว้นโอโรมิยา ระบุว่า ผู้เสียชีวิตมีทั้งพลเรือน 78 คน สมาชิกกองกำลัง 3 คน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าตำรวจถูกสังหาร 1 คน และเกิดเหตุระเบิดขึ้น 3 ครั้งในกรุงอาดดิสอาบาบา โดยยังไม่มีการระบุตัวเลขผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิต

การประท้วงถูกจุดชนวนจากการยิงสังหาร ฮาคาลู ฮันดีซ์ซา นักร้องชื่อดังของเอธิโอเปีย เมื่อคืนวันที่ 29 มิถุนายน 63 โดยการประท้วงเริ่มในกรุงอาดดิสอาบาบา ก่อนจะขยายไปในอีกหลายเมืองของแคว้นโอโรมิยา ยังมีการคาดการณ์ด้วยว่า งานศพของฮาคาลูในวันที่ 2 ก.ค. อาจจุดปะทุให้เกิดการจลาจลมากขึ้นกว่าเดิม

ฮาคาลูเป็นชาวชนเผ่าโอโรโม ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอธิโอเปีย กลุ่มชนเผ่าโอโรโมเห็นว่า พวกเขาถูกกีดกันจากอำนาจทางการเมืองมาเป็นเวลานาน โดยฮาคาลูเองก็มีบทบาทในการขับร้องบทเพลงปลุกพลังกลุ่มผู้ประท้วงตลอดการประท้วงนองเลือดยาวนานสามปี จนสามารถกดดันให้นายกรัฐมนตรีคนเก่าลาออก และทำให้อาบีย์ อาห์เหม็ด นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นชาวชนเผ่าโอโรโมเช่นกัน ได้รับการแต่งตั้งในปี 2561

เบเคเล เกอร์บา ผู้นำพรรคฝ่ายค้านโอโรโม และจาวาร์ โมฮัมเหม็ด นักธุรกิจสื่อรายใหญ่ ก็ถูกจับกุมด้วยเช่นกัน หลังจากที่บอดี้การ์ดของจาวาร์ไม่ยอมปลดอาวุธในขณะที่เผชิญหน้ากับตำรวจ

จาวาร์ ซึ่งมาจากเผ่าโอโรโมเช่นกัน ยังเคยเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่ของอาบีย์ อย่างไรก็ตาม ทั้งฮาคาลูและจาววาร์ก็หันมาวิจารณ์เขามากขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

จาวาร์เป็นเจ้าของสื่อ โอโรโม มีเดีย เน็ตเวิร์ค ทำให้ตัวเขาได้รับการสนับสนุนทั่วแคว้นโอโรมิยาอย่างรวดเร็ว และอาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อพรรคของอาบีย์ในการเลือกตั้งปีหน้าได้

อ่านต่อ